ศาลอาญาพิพากษาให้รอลงอาญา นศ.สาวขายซีดีมือสองไว้ 2 ปี ห้ามทำผิดซ้ำ หลังถูกจับวางขายหนัง 10 แผ่น


อีกหนึ่งตัวอย่างของปัญหาจาก พ.ร.บ.ภาพยนตร์ พ.ศ.2551

ข่าวจากมติชน ออนไลน์

วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา 13:49:55 น.

ศาลอาญาธนบุรี มีคำพิพากษาให้รอการกำหนดโทษเป็นเวลา 2 ปี แก่ น.ส.สุดาวดี โกมลวิชญ์ อายุ 25 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ตกเป็นจำเลยในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 หลังถูกจับในข้อหาการฝ่าฝืนกฎหมาย ในการนำดีวีดีภาพยนตร์ซึ่งไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะ กรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ออกให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร เหตุเกิดที่แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

โดยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ศาลอาญาธนบุรี ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 2509/2553 คดีหมายเลขแดงที่ 4757/2553 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.สุดาวดี ซึ่งตามฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2553 จำเลยกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ ตั้งแผงจำหน่ายแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ ซึ่งมีการบันทึกภาพและเสียง สามารถนำมาฉายให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวได้จำนวน 8 เรื่อง 8 แผ่น โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และจำเลยได้นำดีวีดีภาพยนตร์อีก 2 เรื่อง 2 แผ่น ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ พิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ออกให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่าย อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่าจำเลย มีความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง, มาตรา 38 วรรคหนึ่ง มาตรา 78 และ 79 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี การสืบเสาะและพินิจแล้วเห็นว่า จำเลยมีฐานะยากจนและมีโรคประจำตัว และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน อีกทั้งกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา จึงเห็นสมควรให้รอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี และให้จำเลยเข้ารับคำปรึกษาที่คลีนิคให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมในระยะเวลา 1 ปี ตามที่ผู้ให้คำปรึกษาเห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.56 และให้ริบแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ของกลาง

ทั้งนี้ หลังรับฟังคำพิพากษา น.ส.สุดาวดี ได้โผเข้าสวมกอดครอบครัวและเพื่อนๆ แสดงอาการดีใจด้วยคราบน้ำตา พร้อมกล่าวว่า ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือตนและครอบครัวมาโดยตลอด และฝากเตือนผู้ค้าซีดีเก่าหรือนำแผ่นซีดีเก่ามาวางขาย ให้งดเว้นเพราะผิดกฎหมาย ส่วนตนจะใช้โอกาสนี้กลับไปเรียนต่อ เพื่อประกอบอาชีพสุจริตต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2553 น.ส.สุดาวดี ถูกตำรวจ สน.บางมด จับกุมพร้อมแผ่นดีวีดี 8 แผ่น ขณะนำมาวางขายบนสะพานลอยตลาดโอ๋เอ๋ ถนนพระราม 2 โดยถูกจับกุมพร้อมนายสมชัย นันทวนิชย์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/42 ซอยสุขสวัสดิ์ 14 แขวงและเขตจอมทอง ลูกจ้างร้านขายอะไหล่รถยนต์ย่านจอมทอง ขณะนำแผ่นซีดีภาพยนตร์ของลูกชายที่ดูแล้ว 19 แผ่น พร้อมเสื้อผ้าเก่ามาวางขายบนสะพานลอยคนข้าม ถนนพระราม 2 ราคาแผ่นละ 20 บาท โดยศาลพิพากษาปรับนายสมชัย 200,000 บาท รับสารภาพลดเหลือปรับ 100,000 บาท แต่นายสมชัยไม่มีค่าปรับ จึงถูกกักขังที่สถานกักขังกลางปทุมธานีเป็นเวลา 1 ปี แทนค่าปรับ ซึ่ง พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) ออกค่าปรับที่เหลือให้ 95,000 บาท จนได้รับการปล่อยตัว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาเคยมีคำพิพากษาปรับนายสุรัตน์ มณีนพรัตนสุดา พนักงานเก็บขยะประจำเขตสะพานสูง สังกัดกองรักษาความสะอาด กทม. ฐานนำภาพยนตร์จำพวกแผ่นวีซีดีมาจำหน่าย ซึ่งได้มาจากการเก็บขยะ และนำมาขายบริเวณตลาดหน้าหมู่บ้านนักกีฬา แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ ซึ่งศาลสั่งปรับเป็นเงิน 200,100 บาท จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษเหลือปรับ 133,400 บาท ต่อมาจำเลยยื่นประกันตัวโดยมีผู้ใจบุญให้ยืมสมุดบัญชีเป็นหลักทรัพย์ ศาลตีราคาประกัน 1 แสนบาท โดยทนายจำเลยอยู่ระหว่างอุทธรณ์สู้คดีต่อไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: