ศิลปินแห่งชาติ สับใช้ “ชิมิ”ตั้งชื่อหนังเลยเถิดมากไป


เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ (ภาพจาก MCOT.net)

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ

“ศิลปินแห่งชาติ” ชี้ การนำคำ “ชิมิ“ ไปตั้งเป็นชื่อหนัง ถือเป็นการยกระดับคำแสลง แบบเลยเถิดมากไป ด้าน รมว.วัฒนธรรม อัดยับเป็นคำอุบาทว์…

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ กล่าวถึงกรณีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงวัฒนธรรมไทยที่มีความเสื่อมถอยมากขึ้น รวมถึงการใช้ภาษาของวัยรุ่นไทย ที่ไม่เหมาะสม เช่นคำว่า “ชิมิ” ว่า เรื่องภาษาต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็น ภาษาที่เป็นทางการ กับภาษาที่ไม่เป็นทางการ ภาษาที่เป็นทางการก็น่าเป็นห่วง เวลานี้อย่าว่าแต่พูด อ่านเลย การเขียนก็น่าเป็นห่วงเรียกว่าลายมือไม่นั่งบรรทัด หมายความว่า เวลาคัดลายมือตัวหนังสือไม่ติดเส้นบรรทัด เขียนไม่เป็น ไม่รู้ความ น่าเป็นอย่างอย่างยิ่ง แต่ตนมั่นใจว่านักภาษาน่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ส่วนภาษาไม่เป็นทางการ หรือเรียกว่าภาษาแสลงนั้น ที่จริงแล้วมันเป็นไปตามธรรมชาติของสังคมใดสังคมหนึ่งในการสื่อสารเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มวัยรุ่นมีภาษาของเขา ถ้าเป็นที่นิยมจะอยู่ได้ หากไม่เป็นที่นิยมจะหมดไปเอง เช่น คำว่า “กิ๊ก” ของภาษาแสลงวัยรุ่นปัจจุบัน ซึ่งหากใช้เวลาสักพักก็จะหมดความนิยมไป ลักษณะเดียวกับคำว่า “ชิมิ” ก็จะหมดไปเช่นกัน ถ้าไม่แพร่หลาย

ส่วนภาษาแสลงในแง่ลบ ถ้าหากว่ามีการยกย่องหรือยกระดับคำแสลงขึ้นมาสู่มาตรฐานอีกระดับ เช่น เอามาทำเป็นชื่อภาพยนตร์ เป็นการยกย่องแบบเลยเถิดไปหน่อย ไม่ได้ยกย่องในมุมที่ดี แต่มีลักษณะจงใจจะให้เป็นลามกมากกว่า หรือภาษาโฆษณา นักครีเอทีพชอบกระเดียดมาทางเรื่องเพศ อันนี้ไม่เหมาะสม เหมือนเอาภาษาพื้นบ้านมาประจานเมือง อีกประเด็น ภาษาเพลง ซึ่งปัจจุบันใช้ภาษาแสลงกัน เช่น คำว่า ฉัน เป็น ชั้น เธอ เป็น เชอ รัก เป็น ร้าก มันไปเขย่าทอนรากฐานเสียงอักษรไทย ก ข ค ง การนำเอาภาษามาทำเช่นนี้ ทำให้ฐานเสียงเปลี่ยนไป ดังนั้น การใช้ภาษาควรคำนึงบริบท การขยายผล เพราะโลกปัจจุบันการสื่อสารสมัยใหม่ไร้พรมแดน”ศิลปินแห่งชาติ กล่าว

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวถือเป็นภาวะความเบี่ยงเบนของสังคม ดังนั้น เมื่อขนาดปัญหาใหญ่ขนาดนี้ จึงควรได้รับความร่วมมือจากหลายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการให้การศึกษาที่ถูกต้องแก่เด็กเยาวชน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เคยส่งหนังสือขอความร่วมมือการดำเนินการจัดทำความตกลงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภาษาไทยในเด็กเยาวชนไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ

ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาคำที่วัยรุ่นนิยมใช้กัน อย่างคำว่า ชิมิ ซึ่งเป็นคำที่ไม่มีความหมายในคำภาษาไทยนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลเช่นกัน แต่ก็มองว่าเรื่องคำอุบาทว์ คำพูดเสียดสี หยาบคาย ก้าวร้าว น่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะคำศัพท์วัยรุ่นที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปตามยุคสมัย แม้จะมีการห้ามไม่ให้ใช้คำใดคำหนึ่ง ก็จะมีคำแปลกใหม่กว่าเดิมออกมาอยู่ดี

หมายเหตุ : เนื่องจากมีบทความ และข่าวจากกรณีนี้ตามมาจำนวนมาก จึงขอรวบรวมที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับตัวหนังเรื่องนี้โดยตรงมารวมไว้ด้านล่างนี้

Advertisements

One response

  1. ถ้าเราจะมาจำกัดกับคำที่ถูกใช้จากบรรดาวัยรุ่น วัยเน็ต จะเป็นการคับแคบทางปัญญาไปหน่อยเลยมั้ย? มันก็แค่เป็นคำๆหนึ่งที่ใช้กับยุคสมัยที่เกิดขึ้น เทื่อผ่านพ้นไปแล้วมันก็จะมีอีกคำเข้ามาทดแทนหมุนเวียนกันไป เพราะเราคับแคบกับบางสิ้งบางอย่างที่ไม่ได้กระทบกับส่วนรวม สังคม แต่เรากับเฉยเมยได้กับบางสิ่งบางอย่างที่มีผลกับบ้านนี้เมืองนี้ เช่นการกินบ้านกินเมืองของพวกสัตว์การเมือง พวกหนีสภาจนสภาล่ม นักสร้างภาพอย่างนายกฯคนนี้ เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอย่างคำว่า ชิมิ ถึงได้เอามาถกเถียงกันเป็นวรรคเป็นเวร ไปสร้างแรงโฆษณาให้กับหนังเรื่องนี้อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เรื่องไม่เป็นเรื่องเอามาเป็นเรื่อง เรื่องที่น่าจะเอาเป็นเรื่องกลับไม่เอาเรื่อง ทำผิดหน้าที่หรือเปล่า?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: