เรื่องเล่าการร้องเรียนผ่านสายด่วน


ตีพิมพ์ในนิตยสาร ไบโอสโคป พฤศจิกายน 2553

หลังจากที่บล็อกเครือข่ายคนดูหนังแห่งประเทศไทยได้เริ่มเปิดมาได้ระยะหนึ่ง ปัญหาที่มีผู้เริ่มมาระบายความรู้สึกคือโรงภาพยนตร์ทุกวันนี้ไม่น่าเข้า เพราะมีการเอารัดเอาเปรียบผู้ชมอยู่หลายอย่าง  – – เดิมทีผู้เขียนตั้งใจจะส่งจดหมายร้องเรียนโดยเริ่มต้นจากกรณีหลักอย่างการขึ้นราคาบัตรชมภาพยนตร์ และการโฆษณาก่อนฉายภาพยนตร์ที่ยาวเกินควร แต่เนื่องจากเคยแก้ปัญหาในชุมชนแถวบ้านด้วยการโทรศัพท์ร้องเรียนสายด่วนต่างๆ ของทางราชการ จึงคิดว่าช่องทางนี้อาจเป็นวิธีที่สะดวกกว่าวิธีอื่น เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปร้องเรียนด้วยตนเอง


เริ่มแรกด้วยการแจ้งกับทาง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  แต่ได้รับคำแนะนำว่ากรณีดังกล่าวให้แจ้งกับทาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค  (สคบ.) แทน

ครั้นพอโทร.แจ้งกับทาง สคบ.เจ้าหน้าที่ผู้รับสายได้แจ้งให้ทราบว่าหน่วยงานนี้จะรับร้องเรียนเฉพาะกรณีการโฆษณาที่เกินจริงเท่านั้น การขึ้นราคาบัตรชมภาพยนตร์ และโฆษณาในโรงภาพยนตร์จึงไม่นับว่าเป็นเรื่องดังกล่าว โดยได้คำแนะนำให้โทร.สอบถาม หรือแจ้งปัญหากับกรมการค้าภายใน และกระทรวงวัฒนธรรมตามลำดับ (อย่างไรก็ตามหากคนดูหนังท่านใดพบเหตุโฆษณาเกินจริงในราคาบัตรของโรงภาพยนตร์ก็อาจแจ้งทาง สคบ.ได้)

ผู้เขียนจึงโทร.ไปยังกรมการค้าภายใน ในวันถัดจากนั้นเพื่อร้องเรียนกรณีบัตรชมภาพยนตร์ราคาแพง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้สอบถามก่อนว่าทางโรงภาพยนตร์ได้ติดป้ายประกาศราคาชัดเจนหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าโรงภาพยนตร์ติด(แม้ความเป็นจริงอัตราการขึ้นราคาจะมีอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม) ผู้เขียนจึงเกรงว่าการร้องเรียนจะไม่ประสบผลสำเร็จ หากเทียบ ทำให้ต้องยกกรณี Iron Man 2 ขึ้นราคาอีก 20 บาท(เช่น ที่นั่งราคา 140-160  ขึ้นเป็น 160-180 บาท) ที่แม้จะมีป้ายประกาศชัดเจน แต่มีคำอธิบายที่ไม่สมเหตุสมผลคือเป็นภาพยนตร์ลงทุนสูง

จากนั้นจึงโทร.แจ้งทางสายด่วนกระทรวงวัฒนธรรม ร้องเรียนกรณีที่โฆษณาตัวอย่างหนังและสินค้าในโรงภาพยนตร์มีความยาวเกินจริง โดยยกตัวอย่างโรงภาพยนตร์เครือหนึ่งที่โฆษณายาวเกิน 30 นาที ส่งผลให้กำหนดกิจวัตรประจำวันตามเวลานัดหมายไม่ได้เพราะหนังฉายล่าช้ากว่าเวลาที่แจ้งไว้

ทางสายด่วนทั้งสองได้ขอเวลาสอบถามทางโรงภาพยนตร์  และจะแจ้งผลให้ทราบในภายหลังผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ (จากประสบการณ์ผู้เขียน การแจ้งผลอาจมีตั้งแต่ 1 สัปดาห์ไปจน 1 เดือนให้หลัง) แต่อย่างน้อยก็ทำให้ได้ทราบว่าการร้องเรียนดังกล่าวมีการตอบกลับผลการดำเนินการ ซึ่งผู้เขียนไม่ทราบว่าจะตรงตามวัตถุประสงค์ของสายด่วนหรือไม่ เช่น สายด่วนวัฒนธรรมตามข่าวประชาสัมพันธ์จะรับแก้ไขปัญหาสื่อที่ไม่เหมาะสม ส่งเสริมสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แม้จะพบว่าการโทรศัพท์หลายสายไม่รับเรื่องร้องเรียน หรือต้องพบกับปัญหาการไม่มีผู้รับภายหลังเวลา 16.00 น. และได้รับเพียงแค่ระบบอัตโนมัติ แต่เมื่อไปลองดูการร้องเรียนทางอินเตอร์เนต องค์กรที่ดูเหมือนจะเพิกเฉยก็ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวไม่น้อย(อาทิ เวบไซต์ของ สคบ. และของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ที่ตอบรับปัญหาดังกล่าวอยู่ รวมถึงข่าวในอดีตเช่น โพสต์ทูเดย์ พฤศจิกายน 2551 มีหัวข้อข่าว – มือถือ-โรงหนัง-ห้างฯ งานเข้า!! สคบ.ขู่เชือดเอาเปรียบผู้บริโภค ) จึงพยายามมองในแง่ดีว่าประสบการณ์ดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก

ผลครั้งนี้ซึ่งจะนำมาเล่าในโอกาสต่อไป  หากสายด่วนสามารถช่วยชี้แจง หรือแก้ไขได้บ้าง ทางเครือข่ายคนดูหนังอาจจะใช้ช่องทางนี้ในการร้องเรียนการถูกเอารัดเอาเปรียบได้บ้าง อย่างน้อยก็ใช้เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงของคนดูหนัง ดีกว่าเราจะเสียความรู้สึกครั้งแล้วครั้งเล่า

สรุปช่องทางการร้องเรียนของผู้บริโภค

* มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทร.02-2483737 , เวบไซต์ consumerthai.org
* สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โทร.1166 , เวบไซต์  http://www.ocpb.go.th
* กรมการค้าภายใน โทร., เวบไซต์ http://1569.dit.go.th/
* กระทรวงวัฒนธรรม โทร.1765, เวบไซต์ m-culture.go.th

ข้อแนะนำ  : กรณีที่เกิดปัญหาถูกเอารัดเอาเปรียบจากโรงภาพยนตร์เป็นเหตุการณ์จำเพาะ(เช่น ขึ้นราคาโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ, โปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่ไม่เป็นจริงตามโฆษณา ฯลฯ) ให้จำวันที่เกิดเหตุ โรงภาพยนตร์สาขาที่เข้าชม พร้อมรายละเอียดอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ แจ้งพร้อมชื่อ-สกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ

2 responses

  1. […] This post was mentioned on Twitter by JEDIYUTH, movieaudiencenetwork. movieaudiencenetwork said: เรื่องเล่าการร้องเรียนผ่านสายด่วน – http://bit.ly/c0zivg […]

  2. ขอเล่าบ้าง ซื้อรถยี่ห้อเชฟโรเลต ออพตร้า มา ซื้อมาตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.53 ถอยออกมาป้ายแดงในวันนั้นเลย นับถึงทุกวันนี้วันที่ 28 พ.ย. 53 แล้ว ตั้งแต่ซื้อมา เข้าศูนย์ ร่วม 20 ครั้งได้แล้วเท่าที่จำได้ มีทั้งเลคคอต ที่จดได้ทุกครั้งที่เข้าศูนย์เพื่อซ่อม และที่ไม่ได้ลงเลคคอตก็มี เป็นโน้น เป็นนี่ ตลอด ครั้งแรก ขับๆ อยู่มีอาการ เครื่องดับกระทันหัน แล้วก็สตาร์ทใหม่ ก็ไปต่อได้ ก็เลยเอาไปเข้าศูนย์เพื่อให้ทางศูนย์ได้เช็ก ว่าเป็นอะไร หลังจากเช็กอาการที่เกิดขึ้นวันนั้น ก็นำรถไปใช้ต่อไปอีกได้ไม่นาน ก็มีอาการ แอร์ไม่เย็น ทางศูนย์ก็บอกว่าเปลี่ยนแอร์ให้หใม่ ก็นำออกมาใช้อีก ก็มีอาการแอร์เหม็นอีก มีกลิ่นสารเคมีออกมาจากช่องแอร์ กลิ่นสารเคมีแรงมาก ก็นำรถไปเข้าศูนย์อีก ช่างก็ตรวจหาสาเหตุไม่เจอ เข้าไปหลายครั้ง เข้าออก เข้าออก จนกระทั่งทนไม่ไหวจริงๆ กับกลิ่น นั้น เข้าไปที่ศูนย์ ช่างก็บอกว่าได้กลิ่นจริงๆ ทิ้งรถไว้ 15 วัน ทางศูนย์บอกว่า ได้รื้อพื้นใต้เบาะนั่งเปลี่ยนทั้งหมดเปลี่ยนพรมให้ใหม่ ก็นำรถไปใช้อีก ก็ไม่หายอีก ล่าสุดก็มีอาการแอร์มีกลิ่นสารเคมีออกมาอีก ต้องรีบเปิดกระจกรถเพื่อไล่ให้กลิ่นออกเพราะทนไม่ไหวกับกลิ่น แอร์ก็ไม่เย็น ทำอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาเข้าศูนย์ตลอดตั้งแต่ซื้อมา (นี่ซื้อมาป้ายแดงนะไม่ใช่รถมือสอง) แล้วก็ซื้อเงินสดด้วย เสียความรู้สึกมาก ไม่รู้ว่ากลิ่นที่ได้รับเข้าไปทุกวันตลอดการใช้รถนั้น จะเป็นสารก่อ อะไรหรือเปล่า เพราะมีอาการแสบจมูก รามไปถึงหน้าอกด้วย ได้เสนอว่าอยากจะให้ทางบริษัทเปลี่ยนรถให้ใหม่ เขาก็บอกว่าเป็นไปได้ยาก จะทำยังไงดี ถ้าซื้อเงินผ่อนมา จะทิ้งไปเลย แต่นี้ซื้อเงินสดมาแท้ ๆ อยากจะเล่าให้ทุกท่านที่จะตัดสินใจซื้อรถ ควรคิดให้ดีด้วย นะ ทางบริษัท ที่ผลิตรถยี่ห้อเชฟดรเลต ออกมานี้ น่าจะมีความรับผิดชอบอะไรบ้าง ต่อผู้บริโภค

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: