โผล่อีกขายซีดี ติดคุกแทนปรับ


ข่าวสด 19 สิงหาคม 2553 : โผล่อีกหนุ่มขายซีดีเก่าโดนจับ ไม่มีเงินเสียค่าปรับเลยถูกจำคุกแทนค่าปรับ เมียบุกร้อง”พงศพัศ”ให้ช่วยเหลือ ระบุผัวนำซีดีเก่าของลูก 19 แผ่นไปวางขาย ก่อนโดนตร.จับ เรียกเงิน 2 พันบาท พอไม่มีจ่ายก็จับดำเนินคดี ศาลพิพากษาปรับ 2 แสนแต่สารภาพเลยปรานีลดเหลือ 1 แสน หนุ่มจำเลยไม่มีเงินจ่ายเลยต้องติดคุกแทนค่าปรับ พงศพัศควักกระเป๋าจ่ายแทนทันที 9.5 หมื่นบาท หนุ่มเปิดใจไม่รู้ว่าเอาซีดีเก่าไปขายผิดกฎหมาย เตรียมสัมมนาให้ความรู้ตำรวจเข้าใจเจตนารมณ์พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เพื่อใช้ดุลพินิจอย่างถูกต้องในการจับกุม

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 18 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา ลูกจ้างชั่วคราวกรุงเทพมหาคร จำเลยในคดีกระทำผิด พ.ร.บ.ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 พร้อมครอบครัวเดินทางมารับมอบเงินจำนวน 5 หมื่นบาทจากพล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะโฆษกสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปใช้หนี้นอกระบบที่กู้เพื่อใช้ต่อสู้คดี โดยนายสุรัตน์กล่าวว่า ขอบ คุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด และต่อไปจะไม่เก็บซีดีเก่ามาขายอีกแล้ว รู้สึกเข็ดหลาบแล้ว และอยากฝากเตือนประชาชนคนอื่นๆด้วยว่าอย่าทำอย่างตนเอง เนื่องจากผิดกฎหมาย จะโดนจับได้ และในช่วงบ่ายตนจะเดินทางไปยังสภาทนายความเพื่อดำเนินการเรื่องการอุทธรณ์ คดี

พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวว่า มาช่วยเหลือเรื่องเงินเพื่อให้ไปใช้หนี้นอกระบบ ในส่วนของคดีตอนนี้นายสุรัตน์ก็ดำเนินการอุทธรณ์อยู่ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.ฝ่ายกฎหมาย ไปดูแล เพราะกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายใหม่ ต้องดูเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบว่าข้อกฎหมายกำหนดไว้ อย่างไร ประชา ชนจะทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะได้ร่วมกับทางกระทรวงวัฒนธรรมว่าจะทำอย่างไรที่จะประชาสัมพันธ์ให้ ประชาชนได้เข้าใจ

พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวต่อว่า ในส่วนของตำรวจผู้ปฏิบัติจะมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ทาง กฎหมายแก่ตำรวจทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวว่าออกมาเพื่อต้องการดำเนินการกับ ประชาชนกลุ่มไหน ตำรวจต้องเข้าใจจะได้ใช้ดุลพินิจอย่างถูกต้อง เพราะการใช้ดุลพินิจเป็นเรื่องสำคัญสังคมจะได้ไม่ตำหนิ สำหรับมาตรการที่ชัดเจนและทำได้เลยนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออกเป็นบันทึกซักซ้อมความเข้าใจในการดำเนินการ ตามพ.ร.บ.นี้จะได้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ส่วนเรื่องเรียกรับผลประโยชน์นั้นก็จะเข้าไปแก้ไขดำเนินการดูแลเป็นกรณี พิเศษ จะพยายามทำให้ดีที่สุด

“สำหรับประชาชนที่ประสบปัญหาเดียวกัน กับนายสุรัตน์นั้นสามารถมาแจ้งได้ ตำรวจจะช่วยดูแลประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ เพื่อเยียวยาและบรรเทาทุกข์ได้บ้างทั้งผู้ที่ถูกพิพากษาแล้วและยังไม่ถูก พิพากษา” โฆษกตร.กล่าว

ขณะเดียวกัน นางอัมพร นิตย์เจริญ อายุ 45 ปี เข้าร้องเรียนพล.ต.ท.พงศพัศ ว่า นายสมชัย นันทวนิชย์ อายุ 46 ปี สามี อยู่บ้านเลขที่ 85/42 ซ.สุขสวัสดิ์ 14 แขวงจอมทอง เขตจอมทอง ถูกตำรวจสน.บางมดจับกุมเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนำแผ่นซีดีภาพยนตร์ของลูกชายที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าแผ่นละ 59 บาท 69 บาทและดูเบื่อแล้วจำนวน 19 แผ่น พร้อมเสื้อผ้าเก่าไปวางขายบนสะพานลอยคนข้าม ถนนพระราม 2 โดยขายแผ่นละ 20 บาทเพื่อหาเงินโดยไม่รู้ว่าการขายแผ่นซีดีโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมาย ขณะที่ขายอยู่ก็ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 คนมาจับกุม และขอเงิน 2 พันบาท แต่สามีไม่มีให้ก็ถูกนำตัวไปดำเนินคดีที่โรงพัก

นางอัมพร กล่าวต่อว่า จากนั้นวันที่ 28 ก.ค. ศาลพิพากษาปรับ 2 แสนบาท แต่เนื่องจากรับสารภาพศาลจึงเมตตาลดเหลือปรับ 1 แสนบาท อย่างไรก็ตาม ฐานะทางบ้านยากจนไม่มีเงินเสียค่าปรับ จึงถูกกังขังที่สถานกักขังกลางปทุมธานีเป็นเวลา 1 ปีแทนค่าปรับ ซึ่งขณะนี้สามีถูกคุมขังมานานกว่า 20 วันแล้ว ครอบครัวก็เดือดร้อนเพราะไม่มีใครหาเลี้ยงครอบครัว เพราะปกติสามีจะเป็นลูกจ้างร้านขายอะไหล่รถยนต์หาเงินเลี้ยงครอบครัว จึงเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังเห็นข่าวของนายสุรัตน์เนื่องจากเป็นกรณีเหมือนกัน

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.พงศพัศ พร้อมด้วยนางอัมพร และด.ช.อดิศร นันทวณิชย์ อายุ 9 ขวบ เข้าพบนายเจือ เพิ่มทองมาก ผู้อำนวยการสถานกักขังกลาง เพื่อยื่นความจำนงเสียค่าปรับแทนการกักขังให้กับนายสมชัย ที่ถูกจับกุมในข้อหาความผิดตามพ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยพล.ต.ท.พงศพัศได้เสียค่าปรับจำนวน 95,000 บาทแทนนายสมชัย จึงได้รับการปล่อยตัว โดยเมื่อนายสมชัยออกมาจากสถานที่กักขังและได้พบกับนางอัมพร และ ด.ช.อดิศร ต่างโผเข้ากอดกันและร่ำไห้ด้วยความดีใจ

โดยด.ช.อดิศร กล่าวว่า วันนี้ดีใจมากที่มีคนใจบุญมาให้การช่วยเหลือ เพราะไม่รู้ว่าครอบ ครัวจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าปรับ หนูไม่ได้เจอหน้าพ่อมานานเป็นเดือนแล้ว วันนี้เลยอยากกอดพ่อให้มากๆ ให้หายคิดถึง

นายสมชัยกล่าวว่า ตนมีอาชีพเป็นลูกจ้างร้านขายอะไหล่รถยนต์อยู่ย่านจอมทอง ส่วนนางอัมพรขายรูปภาพโปสเตอร์ตามตลาดนัด ก่อนเกิดเหตุที่จะถูกตำรวจสน.บางมดจับกุมนั้น ตนและครอบครัวไม่มีเงินเลย แม้จะกินข้าวก็ยังไม่มี ด้วยความสงสารลูกกลัวลูกจะอด จึงได้นำเอาแผ่นซีดีที่ตนเคยซื้อมาให้ลูกดูที่บ้าน นำไปวางขายบนสะพานลอยหน้าตลาดโอ๋เอ๋ เขตบางมด เพื่อหาเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน โดยมีแผ่นซีดีภาพยนตร์ที่วางขายอยู่จำนวน 10 เรื่อง 19 แผ่น

“ระหว่างที่นั่งขายอยู่นั้นก็มีตำรวจสน.บาง มดมาบอกว่ามีใบอนุญาตขายซีดีหรือไม่ ตอนนั้นผมก็ไม่ทราบเลยว่าการจะวางขายแผ่นซีดีนั้นต้องมีใบอนุญาต จึงถูกตำรวจนำตัวไปพบร้อยเวรสอบสวนและแจ้งข้อหา ก่อนจะถูกส่งฟ้องศาล ทั้งนี้ถ้าผมทราบมาก่อนก็คงไม่นำมาวางขาย แต่ที่ทำไปนั้นเพราะไม่ทราบและต้องการเพียงหาเงินซื้อข้าวมาให้ลูกกินเท่า นั้น ต้องขอ กราบขอบคุณพล.ต.ท.พงศพัศที่กรุณาให้ความช่วยเหลือในการเสียค่าปรับให้กับตน แทนโทษกักขังในครั้งนี้” นายสมชัยกล่าว

พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวว่า วันนี้มาจ่ายค่าปรับ 95,000 บาทแทนนายสมชัย โดยเป็นเงินส่วนตัวที่ตนให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้เงินค่าปรับยอดดังกล่าว มาจากการที่นายสมชัยได้ชดใช้ค่าปรับด้วยการถูกกักขังแทนค่าปรับในอัตรา 200 บาทต่อ 1 วัน จึงลดไปเป็นเงิน 5,000 บาท ทั้งนี้ภายหลังจากชำระค่าปรับเสร็จ ก็จะได้นำหมายปล่อยตัวจากศาลอาญาธนบุรี ไปยื่นรับตัวนายสมชัย ที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานีต่อไป

“อยากกราบเรียนพี่น้อง ประชาชนว่าพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี มีคำสั่งแล้วว่าจะมีการเรียกประชุมและสัมมนาซักซ้อมกันในการดำเนินการเรื่อง นี้เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน แต่ในระยะนี้ก็อยากประชาสัมพันธ์ไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่าถ้าใครมีแผ่น ซีดี แผ่นหนังแผ่นเพลงต่างๆ แม้ว่าจะมีลิขสิทธิ์ถูกต้องก็ไม่สามารถนำมาวางจำหน่ายได้ ถ้าท่านวางขายจะเป็นความผิดตามกฎหมายใหม่ที่เพิ่งออกมา ฉะนั้นการวางขายหรือวางจำหน่ายนั้นจะต้องมีใบอนุญาต เรามีอุทาหรณ์ในเรื่องนี้หลายเรื่องแล้ว” พล.ต.ท.พงศพัศกล่าว

2 responses

  1. แก้ปัญหาปลายเหตุ พล.ต.ท. พงศพัศ คุณเอาเงินก้อนนี้มาจากไหน เงินส่วนตัว หรือเงินของรัฐ คุณจะมีปัญญาสามารถไปแจกจ่ายให้กับอีกหลายๆคนที่อาจจะตามมาอีกให้ช่วยแก้ ถ้าระดับสมองของคุณทำได้แค่นี้ บ้านนี้เมืองนี้ก็วังเวงสิ้นดี แล้วไอ้ตำรวจ(โจรในเครื่องแบบ)ที่อยู่ สน.บางมดเที่ยวรีดไถ2000บาทเพื่อเป่าคดีความ(เรียกว่าแดกใต้โต๊ะนั่นแหละ) ทำไมคุณไม่จัดการ ทุกวันนี้ก็เห็นเงียบไปเสียอย่างนั้น

  2. โอ เขียนได้สะใจดีจริงๆ ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: