วันนี้ของโรงหนังชั้นสอง และหนังกลางแปลง


หลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ของโรงหนังสยาม โรงหนังประเภท Stand Alone ซึ่งอาศัยการฉายหนังทางเลือกยืนหยัดในย่านสยามซึ่งเต็มไปด้วยศูนย์การค้าในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ทำให้เราย้อนรำลึกถึงสถานการณ์โรงหนังในลักษณะใกล้เคียงกันซึ่งปัจจุบันเกือบทั้งหมดมีสถานภาพเป็นโรงหนังชั้นสองนั่นเอง

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโรงหนังชั้นสองในกรุงเทพ และเขตปริมณฑลปิดตัวไปแล้วถึงสามแห่งคือ เอเซียรามา(พระโขนง), งามวงศ์วาน และมงคลรามา(สะพานควาย) ปัจจุบันเหลือโรงที่เปิดบริการคือ นครนนท์ (นนทบุรี), ศรีสยาม (พระประแดง), เจริญผล (ปทุมธานี), กรุงสยามรามา, ธนบุรีรามา, ไชน่าทาวน์ และ บีเอ็มซี ดาวคะนอง มัลติเพล็กซ์ สะท้อนให้เห็นภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจ และการไม่อาจต้านทานโรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ที่เปิดสาขาทั่วกรุงเทพฯ ได้

ปัจจุบันหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทางโรงหนังชั้นสองเลือกปรับใช้แข่งขันกับโรงมัลติเพล็กซ์คือจะฉายหนังใหม่หลังจากที่หนังเข้าฉายโรงปรกติไปแล้ว 1 สัปดาห์ควบกับหนังอีกเรื่องหนึ่ง และอาจมีบางเรื่องเช่น นางตะเคียน จะฉายวันเดียวกับโรงปรกติ โดยหลายโรงยังได้ติดตั้งระบบเสียงที่มีมาตรฐาน เช่น ระบบดอลบี้ ดิจิตอล ได้แก่ นครนนท์, ธนบุรีรามา ระบบดอลบี้ ดิจิตอล เซอร์ราวด์ อีเอ็กซ์ ได้แก่ บีเอ็มซี ดาวคะนอง มัลติเพล็กซ์ และระบบดอลบี้ สเตอริโอ ได้แก่ กรุงสยามรามา ฉายในราคา 40-60 บาท

สำหรับการฉายหนังกลางแปลงมีจัดฉายอยู่ตามต่างจังหวัด แต่ก็มีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ด้วยเงื่อนไขทางธุรกิจจากสายหนังทำให้ไม่สามารถฉายหนังได้ทุกเรื่อง และค่าจัดฉายที่ถูกมองว่าราคาแพงจากผู้จัดงานที่สนใจบริการดังกล่าว บางแห่งได้อาศัยช่องทางอินเตอร์เนตในการช่วยประชาสัมพันธ์ธุรกิจของตนมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น นันทวันภาพยนตร์ (nantawanmovie.com) และใช้เว็บไซต์ฝากประชาสัมพันธ์แหล่งอื่นๆ

อนึ่งทางโรงหนังชั้นสอง และผู้จัดฉายหนังกลางแปลงส่วนใหญ่ไม่ทราบในเรื่องพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ.2551 ในการให้เรตหนัง แต่ทางเว็บไซต์ thaicine.com ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนของกลุ่มโรงหนังชั้นสอง และโรงหนังกลางแปลง ก็จะนำข้อมูลเรตหนังมาแจ้งให้ทราบผ่านหน้าเว็บแห่งนี้ เช่นเดียวกับข้อบังคับจากกฎหมายใหม่ซึ่งกำหนดให้หนังกลางแปลงฉายได้เฉพาะเรต ส(ภาพยนตร์ที่ควรส่งเสริมให้มีการดู) และ เรต ท (ภาพยนตร์ที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย) เท่านั้น แต่หนังกลางแปลงหลายแห่งยังจัดฉายภาพยนตร์เรตต่างๆ ดังเช่นปรกติ

ซึ่งการไม่ได้รับทราบข้อมูลดังที่กล่าวมา ดูจะเป็นเรื่องที่น่ากลัวยิ่งกว่า เพราะเท่ากับว่าถูกละเลยจากภาครัฐแล้วนั่นเอง…

3 responses

  1. เงายี่สิบสี่

    ขออนุญาตผู้ดูแลที่มีความจำเป็นต้องโพสต์ในลักษณะที่เรียกว่า “ขุด” เนื่องจากเพิ่งจะเข้ามาอ่าน และได้เห็นบทสรุปใน 3 ย่อหน้าสุดท้าย

    ในส่วนของผู้ประกอบการโรงหนังชั้นสอง โดยส่วนตัวเห็นว่า ทางเจ้าของ รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคงไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับเรตหนังสักเท่าไหร่ เนื่องจากโรงภาพยนตร์ในกลุ่มนี้ เมื่อถึงเวลาที่ทางบริษัทหนังมอบสิทธิ์ให้ผู้ประกอบการการจัดจำหน่ายโรงภาพยนตร์ชั้นสอง ก็จะเริ่มจัดวางโปรแกรม (และหลายครั้ง หนังบางเรื่องก็มีการ “วิ่งฟิล์ม” ซึ่งทางผู้ประกอบการก็จะได้รับก็อบปี้ฟิล์มจากบริษัทหนัง เพื่อแบ่งกันไปบริหารจัดการกันเอง ผลก็คือ ทางโรงก็จำเป็นต้องสลับโปรแกรม และรอบฉายที่ล่าช้าออกไปจากที่แจ้งในช่องจำหน่ายบัตรด้วย เช่น โรง ก. ฉาย 30+ โสด ON SALE ควบ 30 กำลังแจ๋ว ขณะที่โรง ข. ซึ่งอยู่อีกมุมหนึ่งก็ต้องสลับโปรแกรมเป็น 30 กำลังแจ๋ว ควบ 30+ โสด ON SALE) รวมทั้งรายรับจากการจำหน่ายบัตรในแต่ละวันด้วย ดังนั้นเรื่องเรตติ้งจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่จะต้องแจ้ง เพราะผู้ที่มาดูส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงาน ตั้งแต่ 20 ปีถึง 30 ปีขึ้นไป น้อยมากที่จะมีผู้ชมเป็นวัยรุ่น ดังนั้นการจัดโปรแกรมหนังจึงมีอยู่ 2 ลักษณะจาก ผู้ประกอบการ กล่าวคือ

    1. ถูกกำหนดมาจากค่ายหนังเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ค่าย “พระนครฟิลม์” จะต้องคู่กัน 2 เรื่อง และเคยมีกรณีที่หนังของค่ายดังกล่าวที่เรื่องแรกเป็นหนังใหม่ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเพิ่งจะวางจำหน่ายในรูปแบบวีซีดีและดีวีดี

    2. ถูกกำหนดจากผู้ที่ดูแลในเรื่องการจัดจำหน่ายเพื่อเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

    สำหรับ “หนังกลางแปลง” แยกเป็นประเด็นดังนี้

    1. ที่แจ้งว่า “ค่าจัดฉาย” มีราคาแพงนั้นเป็นเรื่องจริงตามบทความ เพราะในเมื่อสายหนังกำหนดราคาให้เช่าฟิล์มตามรายการ ทางบริการก็จำเป็นต้องกำหนดราคาขั้นต่ำในการรับงาน แม้ว่ากำไรที่ได้นั้น “น้อยมาก” และไม่คุ้มค่าในการเดินทางไปยังสถานที่จัดฉายก็ตาม ยกตัวอย่าง

    (1) สายภาคกลาง ภาคตะวันตกและภาคเหนือ ซึ่ง “ธนา เอ็นเตอร์เทนเมนต์” (ที่เดียวกับ “พระนครฟิลม์) ดูแลอยู่ ราคาเช่าฟิล์มต่ำสุด 200 บาท ไปจนถึงหนังใหม่ ราคาเช่าฟิล์มหลักหมื่น หนังกลางแปลงที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเสียเต็มราคา ที่เป็นสมาชิกเสียราคาเช่าฟิล์มเพียงครึ่งเดียว แต่การเป็นสมาชิกก็ต้องแลกกับการที่ไม่สามารถฉายหนังเรื่องอื่นที่ “ธนาฯ” ไม่ได้ซื้อสิทธิ์ไว้ หรือหนังกลางแปลงบางเจ้าที่เคยเป็นสายหนังมาก่อน ก็ไม่สามารถนำฟิล์มที่ตนเองเคยซื้อไว้เมื่อครั้งที่ประกอบการไปฉายร่วมกับฟิล์มที่เช่ามาจาก “ธนาฯ” ก็ไม่ได้ นอกจากจะต้องแอบฉายด้วยการติดต่อไปยังผู้ที่มีฟิล์มเรื่องที่ต้องการและข้ามเขตจากที่อื่นมา

    (2) สายตะวันออก ค่าเช่าฟิล์มภาพยนตร์สูงมากอยู่ที่หลักหมื่นกลางๆ และเป็นไปตามอำเภอใจของเจ้าของสายหนัง ขนาดหนังเก่า 2 – 3 ปีที่แล้ว อย่าง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ราคาอยู่ที่ 6 พัน (ขณะที่สาย “ธนาฯ” เหลือแค่หลักร้อยต้นๆ) ด้วยราคาเช่าฟิล์มที่สูงขนาดนี้ จึงทำให้บริการหนังกลางแปลงแถวนั้น จำใจต้องฉายหนังเก่าอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป เพราะสู้ราคาไม่ไหว ส่วนใหญ่จะเป็นงานแก้บนตามศาลเจ้า บางบริการต้องแอบซื้อฟิล์มจากเขตอีสานมาฉาย

    (3) สายอีสาน ค่าเช่าฟิล์มไม่แน่นอน และมีการแบ่งผู้จัดจำหน่ายถึง 3 ราย ดังนั้นจึงเกิดปัญหาเรื่อง “ข้ามพื้นที่” ทั้งๆ ที่เป็นหนังเรื่องเดียวกันอยู่เนืองๆ

    (4) สายใต้ ค่าเช่าฟิล์มไน่นอน แต่บริการหนังกลางแปลงก็เหลือน้อยมาก เพราะไม่ค่อยนิยม

    ปัจจัยจากการจัดจำหน่ายของสายหนังตามข้อเท็จจริงทั้ง 4 รวมทั้ง ราคาที่ทางบริการกำหนดไว้ขั้นต่ำ ซึ่งผู้จัดงานที่สนใจบริการ และจะติดต่อนั้นก็ไม่มีทางรู้ได้เลย ฟิล์มหนังที่จะออกฉายกลางแปลง ก็ต้องรอจนกว่าแผ่นวีซีดีและดีวีดีออกจำหน่ายแล้ว จึงจะให้เช่าได้ ครั้นจะฉายหนังใหม่ ราคาก็สูง อย่างน้อย 2 หมื่นขึ้นไป (มีอยู่บริการหนึ่ง ใช้เครื่องฉายภาพยนตร์แบบฟิล์ม ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับโรงภาพยนตร์เมเจอร์ หรือเอสเอฟ ซึ่งราคาบริการสำหรับหนังใหม่ชนโรง และหนังใหม่ในช่วงก่อนที่แผ่นจะออก อยู่ที่ 50,000 บาท) ด้วยเหตุนี้ทางผู้จัดงานจึงเลือกการแสดงอย่างอื่นที่คุ้มค่ากว่าหนังกลางแปลง เช่น มหรสพเฉพาะท้องถิ่น เช่น หมอลำ ในภาคอีสาน หรือมโนราห์ในภาคใต้ รวมไปถึงการแสดงดนตรี ซึ่งมีนักร้องรับเชิญ โดยเฉพาะนักร้องลูกทุ่ง จะได้รับความนิยมมาก สังเกตได้จากที่ผ่านๆ มา หากงานใดซึ่งมีทั้งหนังกลางแปลง มีทั้งดนตรีลูกทุ่ง ผู้ชมจะไปอยู่ที่การแสดงดนตรีลูกทุ่งกัน ส่วนหนังกลางแปลงมีผู้ชมน้อยมาก แทบจะนับได้เลย ส่วนการใช้เรตติ้งกับหนังกลางแปลงก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมาก ดังนั้นจึงยังมีการฉายตามปกติ

    2. มีข้อมูลล่าสุดจากเจ้าของบริการหนังกลางแปลงแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ได้ไปฉายหนังกลางแปลงที่อำเภอแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าได้มีเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ ซึ่งนับว่าโชคดีที่เจ้าของบริการได้ไปยื่นขอจดทะเบียนไว้แล้ว ก่อนที่จะแจ้งให้สมาชิกเว็บไซต์ thaicine ซึ่งก็มีผู้ประกอบการหนังกลางแปลงหลายคนที่ไม่ทราบ และต่างก็แสดงความคิดเห็น ในเชิงตำหนิต่างๆ นานา

    ขณะเดียวกันก็มีข้อมูลจากสมาชิกเว็บไซต์ดังกล่าว แจ้งว่า ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่อาจจะตรวจพบบริการหนังกลางแปลงตามปรากฏผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อตรวจสอบว่าได้มีการยื่นขอจดทะเบียนหรือไม่ และมีแนวโน้มว่า ผู้ที่มีเครื่องฉายภาพยนตร์เป็นการส่วนตัวภายในบ้าน ซึ่งไม่ได้ประกอบกิจการหนังกลางแปลงก็อาจจะได้รับผลกระทบด้วย

  2. ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ขอตัดข้อมูลบางอย่างเพื่อนำมาเผยแพร่ต่อไปครับ ผมเองส่วนใหญ่ติดตามจากข่าว และการได้รับข้อมูลจากท่านอื่นๆ เหมือนกัน

    ขอบคุณคุณเงายี่สิบสี่ครับ

  3. Update ล่าสุดครับ

    * ขณะนี้พบว่ามีผู้นำเครื่องโปรเจคเตอร์ (สำหรับใช้ในห้องประชุม หรืองาน Outdoor) ไปฉายกลางแปลง เกือบทุกพื้นที่ ส่วนใหญ่จะมาจากผู้ที่บริการให้เช่าเครื่องโปรเจคเตอร์ ที่ไปตกลงกับเจ้าของงานในเงื่อนไขที่นอกเหนือไปจากการใช้งานตามปกติ และผู้ที่เจตนานำเครื่องโปรเจคเตอร์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งทำให้ตัวแทนจำหน่าย (สายหนัง) ในต่างจังหวัด รวมทั้งบริการหนังกลางแปลงได้รับความเดือดร้อน ล่าสุดเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการจับกุมการจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ จากการฉายด้วยโปรเจคเตอร์ บนจอ 10 เมตร ซึ่งฉายภาพยนตร์เรื่อง “ปัญญา เรณู 2” และ “วอนโดนเตะ” ซึ่งตัวหนังเป็นแผ่นดีวีดีละเมิดลิขสิทธิ์ (หนังซูม) โดยจัดฉายกลางแปลงในงานวัดแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ในราคา 8000 บาท ซึ่งทางตัวแทนจำหน่าย (สายหนัง) ในพื้นที่ดังกล่าวได้ทราบข้อมูลมาก่อนแล้ว จึงได้แจ้งประสานไปยังฝ่ายกฎหมายของบริษัทสหมงคลฟิล์ม เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ข้อหาไม่มีใบอนุญาตประกอบการวิดิทัศน์ ไม่มีใบอนุญาตประกอบการโรงภาพยนตร์ (กลางแปลง) ซึ่งมีโทษทั้งจำคุก และถูกปรับ และยึดของกลาง

    * อดีตเว็บมาสเตอร์เว็บไซต์ thaicine.com ได้แจ้งว่า ตอนนี้ได้เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ในชื่อ “พีเพิลซีน.คอม” http://www.peoplecine.com และได้ย้ายข้อมูลจากเว็บไซต์เดิมมาทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย จึงขอเรียนให้ผู้ดูแลช่วยเปลี่ยนลิงค์ในเมนู “เพื่อนบ้าน” จาก “เพื่อนคนรักหนัง” เป็น “Peoplecine” ด้วยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: