ยอดคดีฟ้องฝ่าฝืน พรบ.ภาพยนตร์ร่วม170คดี


คมชัดลึก : สวช.เตรียมจัดอบรมวิธี “จับผู้ค้าซีดีเถื่อน” ล้อมคอกหลังเกิดกรณีคนขายของเก่าถูกจับปรับเป็นแสน พร้อมเผยตัวเลขผู้ค้าเถื่อนพบมากในตจว. เตือน“แผงลอย” ตามตลาดนัด-ห้างสรรพสินค้า ต้องขอใบอนุญาต รวมยอดคดีฟ้องฝ่าฝืนพ.ร.บ.ภาพยนตร์ร่วม170คดี

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. นายสมชาย เสียงหลาย เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) กล่าวชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นกับนายสุรัตน์ มณีนพรัตนสุดา คนเก็บขยะประจำเขตสะพานสูง สังกัดกองรักษาความสะอาด กรุงเทพฯ และนายสมชัย นันทวนิชย์ ลูกจ้างร้านขายอะไหล่รถยนต์ ตกเป็นจำเลยในความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่าแลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ จำพวกแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 และถูกศาลสั่งปรับเป็นเงินหลักแสนบาท ว่า กรณีการจับกุมดังกล่าวเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยใช้อำนาจ หน้าที่ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ซึ่งสามารถทำได้ในกรณีที่ตรวจพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า

แต่ขั้นตอนโดยทั่วไปหากจะมีการตรวจจับหรือดำเนินคดีกับผู้ประกอบการร้านวีดิทัศน์ที่กระทำความผิดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการส่งของกลางและผู้ต้องหามาให้ สวช.ในฐานะดูแลรับผิดชอบกฎหมาย ทำการเปรียบเทียบปรับ ขณะที่ในต่างจังหวัดจะต้องส่งให้กับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่ของ สวช.พบผู้กระทำความผิดก็จะมีการตักเตือนและแจ้งให้มายื่นขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง แต่หากยังไม่มายื่น ก็จะดำเนินการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการจับกุม

นายสมชายกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ดังกล่าว สวช.ได้เตรียมจัดสัมมนาฝึกอบรม และซักซ้อมความเข้าใจ เนื้อหากฎหมายและการดำเนินการตามกฎหมายในส่วนของเจ้าหน้าที่ โดยเชิญเจ้าหน้าที่สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (สภว.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้พิพากษา และผู้ประกอบการร้านวีดิทัศน์ จากทุกภูมิภาค จำนวนรวม 250 คน มาร่วมหารือทำความเข้าใจในวันที่ 23 ส.ค. นี้

นายสมชายกล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนผู้ประกอบการร้านวีดิทัศน์ให้เช่าแลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ จำพวกแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ที่ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการกับสำนักงานคณะ กรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ในเขตกรุงเทพฯ มีจำนวน 4,426 แห่ง ซึ่งถือว่าน้อยมาก เนื่องจากข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าปัจจุบันร้านวีดิทัศน์ที่จำหน่ายและให้เช่า แผ่นวีซีดีและดีวีดีนั้นมีจำนวนมาก โดยเฉพาะแผงลอยในตลาดนัดและในห้างสรรพสินค้า ทั้งนี้หลายคนอาจจะเข้าใจว่าร้านวีดิทัศน์แผงลอยตามตลาดนัดและห้างสรรพ สินค้าไม่ต้องขอใบอนุญาต ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด การจะประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ต้องขอใบอนุญาตไม่เช่นนั้นถือว่าผิดกฎหมาย นอกจากนี้ สวช.ยังพบจำนวนผู้ประกอบการที่ไม่ดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมายส่วนใหญ่อยู่ใน พื้นที่ต่างจังหวัด

“สำหรับข้อเสนอที่อยากให้มีการแก้กฎหมาย เกี่ยวกับการลดบทลงโทษหรือค่าปรับในความผิดของผู้ประกอบการรายเล็กนั้น ผมเห็นว่าในอนาคตควรจะต้องมีการศึกษากันอีกครั้งว่าจะสามารถดำเนินการได้ หรือไม่ รวมทั้งจะต้องเปิดรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ว่าควรมีการแก้ไขกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งควรจะมีการศึกษาปัญหาต่างๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวมากว่า 2 ปี เช่น ปัญหาที่รายละเอียดกฎหมายไม่ได้ครอบคลุมผู้ค้ารายย่อยที่ไม่ได้ประกอบกิจการ แต่อาจค้าขายชั่วคราว เป็นต้น” เลขาฯ กวช. กล่าว

รวมยอดคดีฟ้องฝ่าฝืนพ.ร.บ.ภาพยนตร์ร่วม170คดี

จากกรณีที่มีการจับกุมดำเนินคดีกลุ่มพ่อค้าแผงลอยตามตลาดนัด และคนเก็บขยะ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่นำซีดี –วีซีดีเก่า มาขายต่อโดยไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายตามที่กฎหมายกำหนดนั้น

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบสำนวนที่มีการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว พบว่าคดีที่มีการยื่นฟ้องศาลอาญาพบว่า พนักงานอัยการยื่นฟ้องเข้ามา 82 คดี ซึ่งนอกจากคดีนายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา พนักงานเก็บขยะสะพานสูง ลูกจ้างชั่วคราว กทม.ที่ศาลมีคำพิพากษาปรับไปแล้ว ยังมีคดีที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายกฤษดา ทองสา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3367/2551 เมื่อเดือน 10 ก.ย.51 กรณีจำหน่ายวีซีดี ภาพยนตร์แผ่นละ 59 บาทโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่านทุ่งสีกัน ซึ่งศาลมีคำพิพากษาสั่งปรับ 200,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษปรับกึ่งหนึ่ง ให้ปรับ 100,000 บาท ขณะที่คดีที่ศาลกำลังจะพิจารณา คือคดีที่ อัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายกองรบ บุญยเกียรติ ในคดีดำที่ อ.2205/2553 ที่ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 16 ก.ค.53 กรณีมีแผ่นดีวีดีคาราโอเกะไว้โดยมีเจตนาที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ซึ่งไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดที่แขวง ถ.เพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. ขณะที่ศาลนัดตรวจหลักฐานวันที่ 30 ส.ค.นี้

ส่วนศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ ยื่นฟ้องรวม 84 คดี ซึ่งล่าสุดคือคดีหมายเลขดำที่ ด.2115/2553 ที่อัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ยื่นฟ้อง นาย วสุ เทียนเนียน เป็นจำเลย กรณีระหว่างวันที่ 19 มิ.ย. 53 ตั้งแผงลอยไม่มีเลขที่ ตลาดคลองถม แขวงป้อมปรามศัตรูพ่าย กทม. ด้วยการจำหน่ายแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ให้กับลูกค้า โดยมีแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ จำนวน 95 แผ่น ปกดีวีดีภาพยนตร์ที่ใช้เสนอขาย จำนวน 7 เล่ม โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลสอบคำให้การจำเลยไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: