ปรับ 2 แสน คนเก็บขยะขายหนังแผ่น


จากหัวข้อข่าว และรายละเอียดด้านล่างนี้คือสิ่งที่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่มันก็ได้เกิดปัญหาขึ้นแล้ว ทั้งหมดคือปัญหาจาก พรบ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคนดู แต่ที่หนักกว่าคือส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายย่อย นอกเหนือจากกรณีคนเก็บขยะโดนปรับหลักแสนบาท(หากกรณีนี้โดนจับย่อมหมายความว่าหากปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดจะมีผู้โดนจับอีกหลายร้อยหลายพันราย) ยังมีผู้ประกอบการมาร้องเรียนปัญหาการตรวจแผ่นลิขสิทธิ์ในลักษณะอื่นๆ อีกด้วย อันแสดงให้เห็นถึงความไม่ยืดหยุ่นของข้อกฎหมาย การเริ่มบังคับใช้บางข้อในบางช่วงเวลา(ด้วยเหตุผลเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์)

แน่นอนว่าปัญหาดังกล่าวอาจไม่ได้เกี่ยวข้องเสียทีเดียวกับเครือข่ายคนดูหนัง แต่เมื่อนั่นเป็นปัญหาจาก พรบ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ทางเราได้ประชุมเพื่อหาทางขอแก้ไข ทางเราจึงไม่อยากนิ่งนอนใจ และจะพยายามหาวิธีปฏิบัติป้องกันเบื้องต้นให้ดีที่สุด

ข่าวจากไทยรัฐ วันที่ 17 สิงหาคม 2553

ศาลสั่งปรับคนเก็บขยะกว่า 2 แสนบาท  หลังขายซีดีหนังริมฟุตบาท ชี้ละเมิด พรบ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 รับสารภาพลดโทษให้เหลือปรับ 133,400 บาท …

ที่ศาลอาญา วันที่ 16 ส.ค. ศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีที่ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายสุรัตน์ มณีนพรัตนสุดา เป็นจำเลย ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำนำภาพยนตร์ จำพวกแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธในชั้นศาล คดีมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 2 แสน ถึง 1 ล้านบาท

โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2551 จำเลยประกอบอาชีพจำหน่ายภาพยนตร์ อันเป็นวัสดุที่มีการบันทึกภาพและเสียง ซึ่งสามารถนำมาฉายให้เห็นเป็นภาพที่เคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดจำหน่ายเป็นแผงลอยไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ริมบาทวิถี ในตลาดนัดใกล้สี่แยกกรุงเทพกรีฑา เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และได้รับเงินตามราคาแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ที่ได้จำหน่ายในราคาแผ่นละ 20 บาท โดยมิได้รับใบอนุญาต เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551

จำเลยปฏิเสธว่า จำเลยเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานเก็บขยะ ประจำเขตสะพานสูง กองรักษาความสะอาด กรุงเทพมหานคร เก็บขยะระหว่างเวลา 04.00 น.ถึง 10.00 น. เมื่อเก็บขยะแล้วจะแยกขยะที่พอขายได้ ไปขายที่แผงแบกะดิน ตลาดหน้าหมู่บ้านนักกีฬา โดยขายปะปนกับหม้อหุงข้าว และรองเท้าเก่า ต่อมาถูกตำรวจ สน.หัวหมาก จับ โดยยอมรับว่าขายจริง แต่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการ และนำพนักงานขับรถขยะ กับหัวหน้างาน มาให้การทำนองเดียวกัน

ศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ให้ปรับ 200,100 บาท แต่จำเลยเคยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน คงลดโทษให้เหลือปรับ 133,400 บาท ถ้าไม่จ่ายค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ จำเลยฟังคำพิพากษาแล้ว ขอยื่นประกันตัว ในวงเงิน 100,00 บาท ก่อนยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป

ด้านทนายความ และญาตินายสุรัตน์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นอุทธาหรณ์ของชาวบ้านที่เก็บของขายข้างถนน แต่ถูกจับเพราะไม่รู้ว่ามี พรบ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2551 และไม่รู้ด้วยว่าต้องไปขออนุญาตจำหน่ายที่กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเสียค่าธรรมเทียม 5,000 บาท กฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์จะเอาผิดกับผู้ประกอบกิจการค้าภาพยนตร์ที่ไม่ได้ รับอนุญาต โดยฝ่าฝืน ดังนั้นจำเลยจะอุทธรณ์ในประเด็นว่า เราไม่ได้เป็นผู้ค้า เพราะเป็นคนเก็บขยะ มีลูกอายุ 4 เดือน หากถูกจับอย่างนี้ จะเป็นตัวอย่างให้คนที่ขายของระวังมากขึ้น.

One response

  1. […] This post was mentioned on Twitter by Yas Suttakulpiboon, movieaudiencenetwork. movieaudiencenetwork said: ปรับ 2 แสน คนเก็บขยะขายหนังแผ่น – http://bit.ly/cAerNI […]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: