การเมืองและผลกระทบกับโรงภาพยนตร์ในปี 2553 (ตอน 2)


หลังการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในแยกราชประสงค์ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2553 จนส่งผลกระทบต่อวงการภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ ตามที่เราเคยได้รายงานไปแล้วในบทความ (การเมืองและผลกระทบกับโรงภาพยนตร์ในปี 2553) แล้วนั้น เราขอเพิ่มเติมรายละเอียดผลกระทบตามมาอีกในตอนนี้
สถานการณ์ที่ตึงเครียดในอีกหลายพื้นที่ หลังรัฐบาลประกาศการสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ส่งผลให้เกิดการกระจายป้องกันพื้นที่ในอีกหลายจุด ทำให้โรง  EGV ลาดพร้าว ปิดให้บริการในวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2553 และโรงภาพยนตร์ Century อนุสาวรีย์ชัย ปิดให้บริการในช่วงวันที่ 15-19 พฤษภาคม 2553 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังไม่คืนพื้นที่

ต่อมาในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 กองกำลังทหารได้เข้าโอบล้อมพื้นที่ในระยะประชิด หลังจากที่แกนนำ นปช.ได้ประกาศยุติการชุมนุม ได้เกิดความไม่พอใจของผู้ชุมนุมบางส่วนก่อเหตุวางเพลิงเผาห้างสรรพสินค้า, และสถานที่สำคัญหลายแห่งในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัด ส่งผลให้ที่ตั้งโรงภาพยนตร์อย่าง สยาม เครือเอเพ็กซ์, EGV Metropolis ห้างบิ๊กซี ราชดำริ, และโรง SF World Cinema ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ นอกจากนี้ในวันเดียวกันห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขาตัดสินใจปิดให้บริการโดยทันที ทำให้โรงภาพยนตร์ในเครือ SF Cinema และ Major Cineplex ที่ตั้งในห้างต้องงดให้บริการไปด้วยเช่นกัน

ผลกระทบไม่ได้เกิดแค่พื้นที่ซึ่งเกิดความเสียหายเท่านั้น แต่การประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่วันที่ 19-28 พฤษภาคม 2553 จำนวน 24 จังหวัด ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่สถานบันเทิงยามราตรีเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อธุรกิจโรงภาพยนตร์ เนื่องจากทุกโรงทุกจังหวัดที่ได้รับการประกาศเคอร์ฟิว ย่อมไม่สามารถเปิดรอบฉายได้ครบตลอดทั้งวัน และรายได้ส่วนใหญ่นั้นมาจากรอบช่วงเวลาเย็นถึงช่วงกลางคืน อา หากมีการประกาศตั้งแต่เวลา 21.00 น.- 05.00 น. รอบฉายก็เปิดได้สูงสุดคือรอบ 18.00 น. เพื่อเผื่อเวลาให้คนกลับบ้าน  เช่นเดียวกับที่ โรงภาพยนตร์ Century ยังไม่ได้รับการคืนพื้นที่ และมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 ส่งผลให้รายได้ภาพยนตร์หนังที่เข้าฉายช่วงหลายสัปดาห์ดังกล่าวซบเซา หนังฟอร์มยักษ์บางเรื่องเลื่อนฉายออกไปเป็นวันที่ 10 มิถุนายน พร้อมกับที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ เปิดโปรโมชั่นใหม่สำหรับหนังที่เข้า 1 สัปดาห์ขึ้นไปเหลือเพียงเรื่องละ 80 บาททุกวันทุกรอบเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และพารากอนซีเนเพล็กซ์ ลดเหลือเรื่องละ 100 บาท

และแม้แต่คนทำหนังอย่าง อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ก็ได้รับผลกระทบทางการเมือง เมื่อ “ลุงบุญมีระลึกชาติ” สามารถคว้ารางวัลปาล์มทอง จากเทศกาลหนังเมืองคานส์มาได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทย แต่การตอบคำถามถึงสถานการณ์ในประเทศไทยกับ Hollywood Reporter การแสดงทรรศนะทางการเมืองของเขาถูกบางคนเข้าใจแบบผิดๆ ว่าเป็นพวกเดียวกับคนเสื้อแดง ประกอบกับการเห็นอดีตนายกรัฐมนตรี พตท.ทักษิณ ชินวัตร เดินเที่ยวในตลาดหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 61 และยังมีการทวิตเตอร์แสดงความยินดีกับหนังเรื่องนี้ที่ได้รับรางวัล ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในอินเตอร์เนตมากมาย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ติดตามแวดวงภาพยนตร์บางคนก็ถึงขั้นโยงเรื่องให้เกี่ยวข้องกันเลยก็มี

One response

  1. […] This post was mentioned on Twitter by Chariya Pimolpaiboon and JEDIYUTH, movieaudiencenetwork. movieaudiencenetwork said: การเมืองและผลกระทบกับโรงภาพยนตร์ในปี 2553 (ตอน 2) – http://bit.ly/dr8CUa […]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: