ลุงบุญมีระลึกชาติ เจ้ย-ผู้กำกับหนุ่มคว้า‘ปาล์มทองคำ’


ดังกระหึ่มโลก เจ้ย–อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับหนังแนวอินดี้ “ลุงบุญมีระลึกชาติ” กลายเป็นม้ามืดคว้ารางวัล “ปาล์มทองคำ” รางวัลสูงสุดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองคานส์ ฝรั่งเศส ท่ามกลางเสียงชมเชยจากนักวิจารณ์ต่างชาติท่วมท้น ก่อนหน้านี้เคยได้รับรางวัลเล็กมาแล้ว 2 ครั้ง ด้าน “ธีระ สลักเพชร” รมว.กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศเตรียมจัดงานแถลงข่าวแสดงความยินดี หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย พร้อมดันออกฉายตามโรงภาพยนตร์  เพื่อให้คนไทยได้ร่วมชื่นชมด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ และบีบีซี รายงานการประกาศผลรางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองคานส์ ครั้งที่ 63 ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 พ.ค. ว่า รางวัลปาล์มทองคำ หรือ “ปาล์ม ดิ ออร์” (Palme d’Or) ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุด ตกเป็นของนายอภิชาติพงศ์ หรือเจ้ย วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย อายุ 39 ปี เจ้าของผลงานเรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives) ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแข่งกับผลงานของผู้กำกับรายอื่นอีก 19 คนจากทั่วโลก รวมทั้งนายไมค์ ลีห์ ชาวอังกฤษ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “Another Year” ซึ่งเป็นตัวเก็งอันดับ 1 ในปีนี้ ทำให้นายอภิชาติพงศ์ที่ถูกมองว่าเป็นม้ามืด กลายเป็นผู้กำกับชาวเอเชียคนแรกในรอบ 10 ปี ที่ได้รับรางวัลสูงสุดจากงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

ภาพยนตร์ เรื่องลุงบุญมีระลึกชาติ ได้รับคำชมเชยอย่างท่วมท้นจากนักวิจารณ์ต่างชาติที่เข้าร่วมในเทศกาล ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 12 พ.ค. เป็นต้นมา โดยหนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ของประเทศอังกฤษ ยกให้เป็นหนังระดับ 5 ดาว และวิจารณ์ว่า “เกือบไม่ใช่ภาพยนตร์ แต่เป็นโลกอันล่องลอยมากกว่า” ส่วนนิตยสารวาไรตี้ระบุว่า เป็นภาพยนตร์ “บ้าบอสุดแสนมหัศจรรย์” ขณะที่องค์กรภาพยนตร์นานาชาติ สกรีน อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ว่า เป็น “ภาพยนตร์แห่งความปีติงงงวยที่งดงาม เนื้อเรื่องเรียบง่าย แต่มีโครงสร้างและนัยแอบแฝงที่สลับซับซ้อน”

เนื้อหาของภาพยนตร์ เรื่องนี้ บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของลุงบุญมี ผู้ป่วยหนักใกล้ตายด้วยโรคไตวาย และได้พบกับวิญญาณหลากหลายทั้งคนและสัตว์มานำทางไปสู่โลกแห่งความตาย รวมทั้งวิญญาณของภรรยาที่เสียชีวิตไปนานแล้ว เขายังได้พบกับลูกชายที่หายตัวไป ซึ่งกลายสภาพเป็นลิง จึงได้รับคำชมเชยว่าเป็นผลงานสะท้อนแนวคิดเชิงปรัชญาเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิต ความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดในวัฒนธรรมตะวันออก

นายทิม เบอร์ตัน ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอเมริกัน ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลประจำปีนี้ เป็นผู้มอบรางวัลปาล์มทองคำก่อนปิดงาน เมื่อนายอภิชาติพงศ์ขึ้นไปรับรางวัล ได้กล่าวขอบคุณไปยังบิดามารดาของเขา รวมถึงดวงวิญญาณและภูตผีทั้งหลายในเมืองไทย ที่อยู่รายรอบขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ตนมีวันนี้ได้ เขายังเผยว่าตัวเองก็เคยเห็นผีด้วย ระหว่างให้สัมภาษณ์นอกเวทีนายอภิชาติพงศ์เปรียบเทียบผลงานเรื่องลุงบุญมี ระลึกชาติ กับวงการภาพยนตร์ไทยซึ่งอยู่ในสภาพใกล้ตาย เพราะคนทำหนังในเมืองไทยไม่สามารถสื่อสารอะไรได้มากนัก เนื่องจากติดข้อจำกัดที่ระบบการเซ็นเซอร์เนื้อหาของหน่วย งานรัฐบาลไทย ซึ่งปิดกั้นการนำเสนอข้อมูลในบางด้าน

ทั้งนี้ นายอภิชาติพงศ์ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยคนแรก ที่เคยได้รับรางวัลสาขาย่อยจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองคานส์มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2545 และ 2547 จากผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องสุดเสน่หา (Blissfully Yours) ได้รับรางวัล Un Certain Regard และเรื่องสัตว์ประหลาด (Tropical Malady) ได้รับรางวัล Jury Prize ตามลำดับ เขาจึงเป็นที่รู้จักดีในแวดวงนักวิจารณ์และผู้กำกับภาพยนตร์ระดับโลก ก่อนจะคว้ารางวัลสูงสุดประจำปีนี้ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับรางวัลอื่นๆ ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ปีนี้ ปรากฏว่า ฮาเวียร์ บาร์เดม จากหนังเรื่อง Biutiful จากประเทศเม็กซิโก คว้ารางวัลดารานำแสดงฝ่ายชายยอดเยี่ยมร่วมกับ เอลิโอ เกอร์มาโน นักแสดงจากหนังเรื่อง La Nostra Vita จากประเทศอิตาลี ส่วนรางวัลดารานำแสดงฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมตกเป็นของจูเลียต บินอช จากผลงานเรื่อง Certified Copy จากประเทศอิหร่าน ด้านหนังเรื่อง Of Gods and Men ซึ่งกำกับโดย ซาเวียร์ บูวอยส์ ชาวฝรั่งเศส คว้ารางวัลแกรนด์ ไพรซ์ รางวัลใหญ่อันดับ 2 รองจากปาล์มทองคำ ขณะที่รางวัลจูรี่ ไพรซ์ ตกเป็นของหนังเรื่อง A Screaming Man ของมาฮามัต-ชาเลห์ ฮารัน จากสาธารณรัฐชาด

ด้าน นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมขอแสดงความยินดีกับนายอภิชาติพงศ์ ที่คว้ารางวัลสูงสุดได้จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ซึ่งถือว่าเป็นเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลก จากการที่กระทรวงวัฒนธรรมส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ในเทศกาล ภาพยนตร์ครั้งนี้พบว่า ภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมีกลับชาติมาเกิด ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก อีกทั้งภาพโปสเตอร์จากภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของภาพในโบรชัวร์โฆษณาของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ด้วย การได้รับรางวัลของนายอภิชาติพงศ์ นับว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า จุดด้อยของภาพยนตร์แนวนอกกระแสหรือแนวอินดี้ มักจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ทำเงิน มักจะได้แต่รางวัล อย่างไรก็แล้วแต่กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมจะสนับสนุนในการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ในประเทศ และในเร็วๆนี้จะมีการจัดแถลงข่าวแสดงความยินดีอีกครั้ง

ข่าวจากนสพ.ไทยรัฐ

ผลรางวัลสำคัญทั้งหมดในเทศกาล

Feature films

Short Films

5 responses

  1. […] This post was mentioned on Twitter by deknang, movieaudiencenetwork. movieaudiencenetwork said: ข่าวจากไทยรัฐนำมาลงอีกครั้ง ลุงบุญมีระลึก ชาติเจ้ย-ผู้กำกับหนุ่มคว้า‘ปาล์มทองคำ’ – http://bit.ly/dygfnm […]

  2. ยินดีกับพี่เจ้ย..หนังเขาเจ๋งน่าดูทีเดียว

    แต่อ่านข่าวแล้ว..กลับยิ่งทำให้รู้สึกว่า บ้านเราก็เป็นอย่างนี้ตลอด..หนังดีๆ หากไม่มีรางวัล อย่าหวังจะมีโรงฉาย หรือได้รับการสนับสนุน แต่พอได้รางวัลใหญ่โตขึ้นมา..ก็รีบกุลีกุจอออกมาจะทำโน่นทำนี่ให้..เห็นแล้วก็สะเทือนใจ..

    ยิ่งย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ก่อนได้รางวัล การพูดถึงโรงที่จะฉายแทบจะไม่ปรากฎ เราเองก้ได้แต่ภาวนาเอาใจช่วยให้มีโรงฉายแม้จะน้อยโรงก็ตาม.. พอวันนี้ท่าน รมต.ออกมาจะแถลงข่าวจัดงาน และโรงฉายให้ซะงั้น..เห็นแล้วเอือระอาระบบราชการไทยเป็นบ้า..

    ขอโทษทีที่ไม่ค่อยสุภาพนะคะ แต่เห็นข่าวในส่วน ก.วัฒนธรรมแล้ว มันหงุดหงิดขัดเคืองใจจริงๆ ..

  3. ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

    จากข่าวของไทยัฐในย่อหน้าที่ 2 ที่เขียนว่า […ทำให้นายอภิชาติพงศ์ที่ถูกมองว่าเป็นม้ามืด กลายเป็นผู้กำกับชาวเอเชียคนแรกในรอบ 10 ปี ที่ได้รับรางวัลสูงสุดจากงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์] นั้น

    ถ้าเข้าใจไม่ผิด คุณเจ้ยน่าจะเป็นผู้กำกับเอเชียคนแรกในรอบ 13 ปี ที่ได้รับรางวัลนี้ครับ

    รายชื่อหนังปาล์มทองคำในรอบ 13 ปีที่ผ่านมา

    2010 UNCLE BOONMEE WHO CAN RECALL HIS PAST LIVES (Apichatpong Weerasethakul)
    2009 THE WHITE RIBBON (Michael Haneke)
    2008 THE CLASS (Laurent Cantet)
    2007 4 MONTHS, 3 WEEKS AND 2 DAYS (Cristian Mungiu)
    2006 THE WIND THAT SHAKES THE BARLEY (Ken Loach)
    2005 THE CHILD (Jean-Pierre and Luc Dardenne)
    2004 FAHRENHEIT 911 (Michael Moore)
    2003 ELEPHANT (Gus Van Sant)
    2002 THE PIANIST (Roman Polanski)
    2001 THE SON’S ROOM (Nanni Moretti)
    2000 DANCER IN THE DARK (Lars Von Trier)
    1999 ROSETTA (Jean-Pierre and Luc Dardenne)
    1998 ETERNITY AND A DAY (Theo Angelopoulos)
    1997 (1) THE EEL (Shohei Imamura) + (2) TASTE OF CHERRY (Abbas Kiarostami) (tie)

  4. ขอบคุณครับ ที่แจ้งให้ทราบ ข่าวที่ลงน่าจะเป็นการประมาณการณ์เอา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: