ปรากฎการณ์ร่วมอาลัยโรงหนังเครือเอเพ็กซ์


ขอบคุณภาพจากคุณ  นภสร แย้มอุท้ย

ปัจจุบันจากข่าวที่แจ้งมาโรงหนังในเครือเอเพ็กซ์ถูกวางเพลิง และได้รับความเสียหายทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โรงหนังสยามซึ่งทรุดตัวพังลงมา รวมถึงลิโด้ และสกาล่า (ซึ่ง 2 โรงภาพยนตร์ดังกล่าวยังไม่ได้การยืนยันแน่ชัดว่าเสียหายแค่ไหนเราจะตามและรายงานให้ทราบ) อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้ร่วมอาลัยต่อการสูญเสียโรงหนังแห่งนี้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมนต์ขลังแห่งโรงภาพยนตร์ที่ยังคงมีอยู่

สำหรับโรงเครือเอเพ็กซ์ทั้งสามแห่งนั้น ลิโด้ได้ปรับเปลี่ยนเป็นโรงแบบมัลติเพล็กซ์ที่มี 3 โรงฉาย ขณะที่ สกาล่า และสยาม ยังคงเป็นโรงหนังแบบ Stand Alone ไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ ที่ยังคงมีผู้เข้าชมอยู่เสมอโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเป็นโรงหนังชั้นสองฉายเรื่องควบ ด้วยราคาค่าตั๋วหนังเพียง 100-120 บาทสวนกระแสขึ้นราคาของโรงมัลติแพล็กซ์ที่ใหญ่และมีสาขามากกว่าในปัจจุบัน รวมทั้งระยะหลังที่เน้นการนำหนังที่ฉายจำกัดโรงมาเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้ชม(หนึ่งในกรณีระดับปรากฎการณ์ของโรงภาพยนตร์เครือนี้คือ Slumdog Millionaire หนังรางวัลออสการ์ที่เข้าฉายเมื่อปี 2552 เพียงแห่งเดียว และมีผู้เข้าชมเต็มตลอดทุกรอบฉาย)  ทั้งสามแห่งจึงได้รับคำชื่นชมจากคนดูหนังจำนวนมากว่าแม้จะไม่ได้ตกแต่งหรูหราทันสมัย แต่นี่ เป็นหนึ่งในโรงหนังที่ดีที่สุดของประเทศไทย และมีผู้เขียนแสดงความรู้สึกผูกพันต่อการสูญเสียสถานที่แห่งนี้จำนวนมากในอินเตอร์เนต มีผู้สร้างหน้าเฟซบุ๊ค กลุ่มคนชอบดูหนังที่โรงเอเพ็กซ์สยามสแควร์ (สามารถอ่านความรู้สึกของผู้คนต่างๆ ได้ที่นี่เช่นกัน)

เราจึงขอนำประวัติของโรงภาพยนตร์ั้ทั้งสามแห่งนี้จากทางเว็บไซต์ของโรงภาพยนตร์มาลงไว้ ณ ที่นี้ และหวังว่าโรงภาพยนตร์ทั้ง 3 แห่งจะได้รับการบูรณะกลับมาอีกครั้ง

ประวัติโรงหนังในเครือเอเพ็กซ์ ทั้ง 3 แห่ง

จุดก่อกำเนิดของโรงภาพยนตร์ ที่ สยามสแควร์ เนื่องจากคุณพิสิฐ ตันสัจจาโชว์ แมนคนสำคัญของเมืองไทย ในขณะนั้นหลังจากที่ประสบผลสำเร็จอย่างมากในการ ทำโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย จากที่เคยเป็นโรงละครมาเป็นโรงภาพยนตร์ ศาลาเฉลิมไทย ที่ทำรายได้มากมาย เป็นผู้ริเริ่มคนแรกในการนำเข้าระบบการ ฉายภาพยนตร์ในแบบต่าง ๆ เช่น

– ระบบสามมิติ – ระบบ ทอคค์ – เอ โอ
– ซีเนมาสโคป – ซีเนรามา (เลนส์เดียว)
– 70 ม.ม. – ซีเนรามา ฉายพร้อมกัน 3 เลนส์

จากความสามารถที่ปรากฏให้เห็นในด้าน ธุรกิจบันเทิงของคุณพิสิฐ ตันสัจจา จึงทำให้ได้รับการติดต่อจากคุณกอบชัย ซอ โสตถิกุล เจ้าของบริษัท เซาท์ อีสเอเซีย ก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินบริเวณนี้มาปรับปรุงให้กับจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย โดยบริษัท เซาท์ อีสเอเซีย ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ออกแบบ และก่อสร้างอาคารต่าง ๆ บนที่ดินผืนนี้คุณพิสิฐ ตันสัจจา มาร่วมด้วยโดยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงภาพยนตร์ทั้งสามโรง

เดิมแต่แรกตอนเริ่มต้นก่อสร้าง ใหม่ ๆ บริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ยังไม่มีร้านค้าใดเลย สมัยที่โรงภาพยนตร์ โรงแรกเสร็จ ยังต้องส่งปิ่นโตให้กับพนักงานทาน เพราะแถวนี้ไม่มีร้านอาหารเลย จะต้องไปไกลถึงสามย่าน ซึ่งสมัยนั้นกว่าจะถึงสามย่าน ก็ต้องใช้เวลานานมากมีรถเมล์น้อยสาย ไม่ทันที่จะกลับมาทำงาน ตามรอบได้ทันเวลา แสงสว่างรอบ ๆ โรงภาพยนตร์ จะต้องใช้ไฟของโรงภาพยนตร์ ต่อไปใช้ตามที่จอดรถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ แก่ผู้มาชมภาพยนตร์รอบค่ำ และสมัยนั้นค่าชมภาพยนตร์ราคาตั้งแต่ 10 บาท 15 บาท สูงสุด 30 บาท โรงภาพยนตร์สยาม 800 ที่นั่ง เปิดฉายเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2509 ด้วยเรื่อง “รถถังประจัญบาน”(BATTLE OF THE BULGE) ของบริษัทภาพยนตร์ วอร์เนอร์ บราเดอร์สฯ นำแสดงโดย เฮนรี่ ฟอนด้า, โรเบิร์ต ชอว์ และเป็นโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัยที่สุด มีบันได้เลื่อนขึ้นลง เป็นแห่งแรก

ต่อมาวันที่ 27 มิถุนายน 2511 เปิดโรงภาพยนตร์ลิโด ที่นั่ง 1,000 ที่ ด้วยภาพยนตร์เรื่อง “ศึกเซบาสเตียน” (GAMES FOR SAN SEBASTIAN) ของบริษัท เมโทร โควิลด์ฯจำกัด นำแสดงโดย แอนโธนี่ ควินส์ ฯลฯ และต่อมาวันที่ 31 ธันวาคม 2512 เปิดโรงภาพยนต์ สกาลา จำนวนที่นั่ง 1,000 ที่ ด้วยภาพยนตร์ เรื่อง “สองสิงห์ตะลุยศึก” นำแสดงโดยจอห์น เวนย์,ร็อค ฮัดสันและ ไท ฮาดีน ฯลฯ เป็นโรงภาพยนตร์ซีเนรามาที่สมบูรณ์ขั้น มาตรฐานโลกแห่งที่ 3 ณ บริเวณศูนย์การค้าแห่งนี้

โรงภาพยนตร์ “สยาม” เดิมทีเดียว ตั้งใจจะใช้ชื่อว่าโรงภาพยนตร์ “จุฬา”แต่มีผู้ใหญ่คัดค้านเข้าใจว่าจะเป็น ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ บอกว่าเป็นชื่อของ พระมหากษัตริย์ และเป็นชื่อของมหาวิทยาลัย ไม่สมควรจะใช้ชื่อเดียวกัน จึงเปลี่ยนเป็น “สยาม”

โรงภาพยนตร์ทั้ง 3 โรงนี้ เป็นผู้นำในการจัดฉายภาพยนตร์เพื่อการกุศล โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น รายได้ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โดยทูลเชิญเสด็จล้นเกล้าทั้งสอง พระองค์ เสด็จพระราชดำเนินรอบปฐมทัศน์อาทิ เช่น เรื่อง “OLIVER” และเรื่อง “HELLO DOLLY” และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเสด็จรอบปฐมทัศน์ รายได้สมทบทุน “ประชาธิปก”ภาพยนตร์เรื่อง “LOST HORIZON” ฯลฯ

การ โฆษณาให้คนรู้จักโรงภาพยนตร์ทั้ง 3 มากขึ้น ทางผู้บริหารโรงภาพยนตร์ ได้จัดพิมพ์หนังสือ ซึ่งเรียกว่า “สูจิบัตร” ข่าวภาพยนตร์ขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ เดือนตุลาคม 2513 เรียกตุลาบันเทิง เพราะในสมัยนั้น จัดว่าเป็นโรง ภาพยนตร์ที่โก้ที่สุดในเมืองไทย สูจิบัตรนี้แจกฟรีกับผู้ที่มาดูภาพยนตร์จะ มีข้อมูลทุกอย่าง ออกเป็นรายเดือน เล่มใหญ่ มีเนื้อหาสาระมาก เกี่ยวกับภาพยนตร์ และคำว่า “สยามสแควร์” ที่เป็นที่รู้จักกันมาจนทุกวันนี้ มาจากคุณพอใจ ชัยเวฬ เขียนคอลัมน์ ซุบซิบเกี่ยวกับคนบันเทิง และผู้ที่มีชื่อเสียงรู้จัก มักคุ้น เขียนเป็นคอลัมน์ “สยามสแควร์” ในหนังสือสูจิบัตร ข่าวภาพยนตร์ นี้เอง โดยจะมีผู้มีเกียรติเขียนลงในหนังสือเล่มนี้ อาทิเช่น สันตศิริ หรือครูสงบ สวนสิริ, ประมูล อุณหธูป,วิลาศ มณีวัตร, บัวบาน , สุจิตต์ วงษ์เทศ สายัณห์ แห่ง เดลินิวส์, ขรรค์ชัย บุนปาน, เวทย์ บูรณะ, ประจวบ ทองอุไร ฯลฯ

จากหนังสือแจกฟรี ก็มีจดหมายติชม ขอบคุณ ที่ทางผู้บริหารโรงภาพยนตร์ได้มอบสิ่งดี ๆ ตอบแทนให้กับผู้มาใช้บริการ โรงภาพยนตร์ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ สยามสแควร์ ก็ยังคงเป็นความทันสมัย เป็นสีสรรบันเทิงของคนกรุงเทพฯ เป็นสถานที่สำหรับวัยรุ่นพบปะกัน เป็นแหล่งซื้อหาเสื้อผ้าที่นำสมัย อยู่ตลอดระยะเวลา 36 ปี ทุกอย่างยังคง ดำเนินไป และคงเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่เหมือนกับแห่งอื่น คือเป็นผู้นำตลอดมา โดยความร่วมมือ ร่วมกันของชาวสยามสแควร์ และรวมถึงการสนับสนุนจากทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย

ทุกอย่างมีผู้บริหารคิดทำขึ้น ก็เพื่อต้องการให้ผู้รับบริการของเราได้ในสิ่งที่ดี ไม่ถูกการเอาเปรียบ แม้แต่การเลือกภาพยนตร์ในสมัยก่อน จะต้องศึกษาอย่างจริงจัง และล่วงหน้าว่าบริษัทฯไหนมีภาพยนตร์ที่ดี,ใหญ่ ก็จะเซ็นสัญญา
ล่วงหน้ากันไว้ การที่มีโรงภาพยนตร์หลายโรงก็เพื่อต้องการให้มีความหลากหลาย ไม่เหมือนการจัดหนังในปัจจุบันนี้ทุกโรงฉายเหมือนกันหมด

ศูนย์การค้าแต่ละแห่งที่ผ่าน ๆ มา ก็จะหยุดหายกันไป ไม่มีใครอยู่ได้นานเท่า กับสยามสแควร์ แห่งนี้ มองจาก โรงภาพยนตร์ทั้ง 3 โรงดังกล่าวข้างต้น นั้นแล้ว จะเห็นความสวยงามกันคนละแบบ เป็นโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่มีความงาม ในตัวของเขาเอง แม้ 36 ปีล่วงมาแล้ว โรงภาพยนตร์สกาลายังคงความสวยงามใน ด้านสถาปัตยกรรม ผสมผสาน ระหว่างตะวันตก และตะวันออก และยังคงเป็นที่กล่าวถึงมาจนทุกวันนี้ ซึ่งผู้บริหารโรงภาพยนตร์มีความภาคภูมิ ใจมาก แม้มีโรงภาพยนตร์ขึ้นมาอีกมากมาย ก็ไม่สามารถสร้างได้ใหญ่ และสวยเท่า ยิ่งไปกว่านั้นการ ดำเนินงานปรับปรุง และเสริมสิ่งใหม่ ๆ ให้กับโรงภาพยนตร์ทั้ง 3 โรง ในสยามสแควร์นี้ก็เป็นไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศหน้าโรงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของถนนพระราม 1 การติดตั้ง”DOLBY DIGITAL” ที่ได้ติดตั้งก่อนผู้อื่นตามด้วยระบบ SRD DTS SDDS รวมทั้ง SURROUND ที่ติดตั้งก่อนผู้อื่นเช่นกัน และล่าสุดติดตั้ง “OZONE” ให้อากาศสดชื่นบริสุทธิ์ เพื่อความสุขอีกระดับของผู้ชม สิ่งต่าง ๆ เหล่า นี้ทำให้ โรงภาพยนตร์ทั้ง 3 โรงในสยามสแควร์ ยังคงตรองใจในการให้ความสุขครบถ้วน แก่ผู้ชมภาพยนตร์
ทุกท่าน

โรงภาพยนตร์ทั้ง 3 แห่ง นอกจากจะเป็นผู้นำระบบต่าง ๆ แล้วยังมีความเป็นผู้นำในการทำร้านเล็ก ๆ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่มีทุน น้อยเริ่มทำงานใหม่ เริ่มต้นจากการเช่าร้านเล็ก ๆ จากใต้ถุนโรงภาพยนตร์ของเรา ต่อมาเขาสามารถเป็นผู้ส่งออกได้ หรือทำเป็นร้านขายส่งได้ หลายคนที่ประสพความสำเร็จจากการริเริ่มของเรา และต่อมาได้มีคนมาเอาอย่างของเราไปทำกันมากมาย ในศูนย์การค้าอื่น

6 responses

  1. ในอัลบั้มเดียวกัน (ของคุณนภสร) ในเฟซบุค มีรูปลิโดและสกาล่า (แต่สกาล่าเป็นมุมไกลๆ) สภาพไม่เสียหายมากครับ น่าจะยังเปิดบริการต่อได้ แสดงว่าข่าวที่โถมกระแสนั้นเวอร์ไปเอง

  2. ก็ไม่แปลกครับ เหตุการณ์ขนาดนี้มันจะเกิดข่าวลือมากมาย คล้ายๆ กับวันที่ไมเคิล แจ๊คสัน เสียชีวิต ตอนนี้เราก็ต้องอยู่กับสติ และเหตุผลให้มากที่สุดครับ

  3. […] This post was mentioned on Twitter by jayplace, jakksky*, Joe Chalat, JEDIYUTH, NidNok koppoets and others. NidNok koppoets said: RT @thaiaudience: ปรากฎการณ์ร่วมอาลัยโรงหนังเครือเอเพ็กซ์ – http://bit.ly/9XSToW […]

  4. เอาใจช่วยผู้เสียหายทุกคนค่ะ
    ค่อยๆฟื้นตัวอีกครั้งนะคะ
    จะรอดูหนังเรื่องต่อๆไปค่ะ

  5. อย่างน้อยก็โล่งใจได้ เห็นข่าวยืนยันว่าสกาล่ากับลิโด้ปลอดภัยดีครับ
    แต่อยากจะขอเข้ามาร่วมแสดงความไว้อาลัยกับโรงหนังสยามครับ

  6. ขอไว้อาลัยให้กับโรงหนังสยาม “เติบโตมาด้วยกัน ผูกพันตั้งมากมาย” เสียมามากมายแล้ว ขอให้กำลังใจเราคงมั่นนะคะ สร้างขึ้นมาใหม่ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม สู้ สู้ ค่ะ ^_^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: