เมื่อ ‘บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน’ ถูกกักกันการฉาย


(ตีพิมพ์ในนิตยสาร Bioscope พฤศจิกายน 2552)

ก่อนเทศกาลภาพยนตร์  World Film Festival ครั้งที่ 7 จะเริ่มต้นขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ก็เป็นอันต้องมีเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน(This Area is Under Quarantine) ของ ธัญสก พันสิทธิวรกุล หนึ่งในหนังที่ได้รับคัดเลือกให้ฉายในสาย Asian Contemporaryถูกห้ามฉายจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์


ตัวหนังนั้นเป็นหนึ่งในหนังที่ได้รับรางวัล BIOSCOPE Awards ปี 2551 และฉายในเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศบางแห่งบ้างแล้ว เนื้อหา และใช้เทคนิคเล่าเรื่องกึ่งทดลอง โดยมีการสะท้อนปัญหาของเกย์ และมุสลิมในสังคมไทย รวมถึงเนื้อหาพาดพิงเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อปี พ.ศ.2547

“กระบวนการดังกล่าวยุ่งยากและซับซ้อนมาก เรามีหน้าที่เพียงแค่แนะนำให้ผู้จัดเทศกาลยื่นหนังไปให้คณะกรรมการชุดใหญ่ พิจารณาเรตติ้ง แต่เราเองไม่มีอำนาจพิจารณาเรตติ้งให้แก่หนัง เราไม่ได้ต้องการให้มีการห้ามฉายหนังเรื่องนี้ แต่ระบบที่เป็นอยู่เหมือนต้องการจะให้เป็นเช่นนั้น” หนึ่งในคณะอนุกรรมการที่เสนอให้ผู้จัดเทศกาลยื่นหนังสารคดีเรื่องนี้ไปให้ คณะกรรมพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์กำหนดเรตติ้ง กล่าว (จาก มติชนออนไลน์  30 ตุลาคม2552)

คำอธิบายดังกล่าวทำให้เราพบว่าคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์สามารถใช้ช่องว่างบางอย่างทำให้หนังบางเรื่องไม่สามารถฉายได้  ด้วยคำอธิบายบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องมีปรากฎในข้อกฎหมาย เพราะหากพิจารณาจากพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์  พ.ศ.2551  ในมาตรา 27 อันว่าด้วยภาพยนตร์ที่ไม่ต้องผ่านการตรวจพิจารณา และได้รับอนุญาตให้นำออกฉายได้ ข้อ 4 อันมี ภาพยนตร์ที่ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศตามที่คณะกรรมการกำหนด — การห้ามฉาย บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน คงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

แต่เมื่ออ่านชนิดคำต่อคำของกฎหมายข้อดังกล่าวตามประสาประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้ในการตีความมากมายนัก อาจเป็นไปได้ว่าแต่ละคำต่างๆ นั้นอาจทำให้การห้ามฉายครั้งนี้เป็นเรื่องที่ทำได้จริงอีกเหมือนกัน

ทั้งนี้คำว่าเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศ อาจหมายถึงการงดเว้นสำหรับหนังต่างประเทศที่ได้รับพิจารณาให้เข้าร่วมฉายในเทศกาล หรือหนังไทยที่ส่งไปเข้าร่วมในเทศกาลภาพยนตร์ที่ประเทศอื่น ซึ่งนั่นหมายความว่า หนังไทยอย่าง บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน

เมื่อเปรียบเทียบแล้วกับในเทศกาลภาพยนตร์ Bangkok Film Festival ที่เพิ่งผ่านไป หากนับว่างานเทศกาลนั้นมีหนังที่ทั้งรุนแรง และฉากโป๊เปลือยสอดใส่อวัยวะเพศชัดเจนอย่าง Antichrist กลับได้รับการฉาย (แม้จะมีการเข้มงวดกวดขันในการตรวจบัตรประชาชนก็ตาม แต่ได้ฉายก็ดีกว่าไม่ได้ฉาย) นั่นหมายความว่าหนังไทยจะได้รับการตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งกว่า

คำต่อมาคือ  ตามที่คณะกรรมการกำหนดยิ่งเปิดกว้างได้มากกว่าว่าหนังที่จะถือได้ว่าเป็นหนังฉายในเทศกาลภาพยนตร์ย่อมต้องขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของคณะกรรมการเท่านั้น ซึ่งหากเห็นว่ามีเนื้อหาล่อแหลมก็สามารถไม่ให้สิทธิดังกล่าวได้

การตีความแบบที่กล่าวมาอาจไม่ถูกหลักการใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพราะกรณีการห้ามฉายหนังเรื่องนี้หากจะนำเฉพาะคำอธิบายจากเนื้อหาในข่าว หรือตัวกฎหมายแล้วก็หาความชัดเจนไม่ได้จริงๆ  นั่นทำให้เราเองก็ไม่สามารถจะจัดได้ว่านี่เป็นการแบนหนังเรื่องแรกของประเทศไทยหลังการบังคับใช้จากพระราชบัญญัติภาพยนตร์ฯ ฉบับใหม่ เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ หรือไม่ได้กันแน่ของคณะกรรมการฯ ในการห้ามฉายในเทศกาลภาพยนตร์

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรนี่เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีกว่า พระราชบัญญัติภาพยนตร์ฯ ฉบับใหม่ ยังคงแสดงให้เห็นช่องว่างจากภาษาที่ใช้ที่ไม่ต่างจากตัวบทกฎหมายอื่นๆ ที่ไม่สามารถเป็นสิ่งที่ใช้ดูแลทุกข์สุขของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ตราบใดที่ยังมีผู้เล็งเห็นประโยชน์จากวิธีเขียนดังกล่าวมากกว่าคนธรรมดาอย่างเราท่านที่มีภาระจนไม่มีเวลาตรวจสอบ หรือหาช่องว่างดังกล่าวไม่เจออยู่ร่ำไป

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: