ภาพยนตร์ไม่ได้มีอำนาจต่อความรู้สึกนึกคิดของประชาชนทั้งประเทศเหมือนกับที่เคยเป็นแล้ว – อเล็กซิส ทีโอเซโค


ในการจัดภาพยนตร์ฟิลิปปินส์ ของผู้กำกับ ลาฟ ดิแอช ในงานเมื่อเดือนสิงหาคมภายใต้ชื่อ “ความตายใต้เงาอโศก มหากาพย์ภาพยนตร์ของ ลาฟ ดิแอช” ได้มีการสัมภาษณ์ผู้กำกับ และนักวิจารณ์หนุ่มชาวฟิลิปปินส์วัย 28 ปี คือ อเล็กซิส ทีโอเซโค โดยคุณ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา และไกรวุฒิ จุลพงศธร ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร Bioscope ฉบับที่ 94 กันยายน 2552 (หน้าปกภาพยนตร์เรื่อง Miao Miao) และได้กล่าวถึงประเด็นการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ในฟิลิปปินส์ที่น่าสนใจมาก เราจึงขอคัดนำมาลงใหอ่านบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ทั้งหมดที่มีอีกหลายประเด็น

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 กันยายน อเล็กซิส และนิก้า โบฮิงค์ นักวิจารณ์หนังและโปรแกรมเมอร์ชาวสโลเวเนียซึ่งเป็นคู่รักของเขาถูกฆาตกรรมจากเหตุการณ์โจรปล้นบ้าน สร้างความโศกเศร้าต่อวงการหนังฟิลิปปินส์และคนในวงการหนังอีกหลายคน ทางเครือข่ายคนดูหนังจึงขอไว้อาลัยต่อการจากไปของ อเล็กซิส ทีโอเซโค และ นิก้า โบฮิงค์ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

หนึ่งในปัญหาของหนังไทยคือ ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องการเมือง คนทำหนังไทยมักเซ็นเซอร์ตัวเอง พวกเขาอาจทำหนังเหน็บแนมนักการเมืองนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ไม่มีใครจะทำไปมากกว่านั้น แม้กระทั่งในหนังอิสระก็มีอยู่น้อยคนนักที่จะพูดเรื่องการเมืองอย่างตรงไปตรงมา แต่เราสามารถเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ในหนังของ ลาฟ ดิแอช สิ่งที่เราสงสัยก็คือคุณมีปัญหากับการเซ็นเซอร์ของรัฐบ้างไหม หรือมีผู้ชมอนุรักษ์นิยมที่โจมตีคุณบ้างไหม ?
ลาฟ : ผมคิดว่าในฟิลิปปินส์ ถึงเราจะมีการเซ็นเซอร์และมีรัฐบาลที่กดขี่ประชาชน แต่เรายังมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นอยู่ ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับศิลปินแต่ละคนแล้วล่ะว่าอยากจะพูดเรื่องอะไร ผมไม่เคยต้องมานั่งคิดว่าเราไม่สามารถถ่ายสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้เพราะเรามีคณะกรรมการเซ็นเซอร์หรือเราจะต้องเจอกับทหารหรือรัฐบาล ซึ่งนี่แตกต่างจากประเทศไทยมาก ผมเข้าใจดีว่าการเซ็นเซอร์ตัวเองเป็นสิ่งที่ยังอยู่ในงานของคนไทย เราอยู่ในเงื่อนไขของสังคมที่ไม่เหมือนกัน คนดูหนังก็ไม่เคยมาโจมตีผม แต่นั่นอาจเป็นเพราะว่าหนังของผมมีคนดูอยู่จำนวนน้อยและพวกเขาก็เป็นปัญญาชนกัน ครึ่งหนึ่งในคนดูหนังของผมอาจเป็นเพื่อนผมทั้งนั้นก็ได้

อเล็กซิส : ส่วนหนึ่งของความแตกต่างระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ก็คือ ฟิลิปปินส์มีความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้นต่อเนื่อเป็นเวลานาน ในปัจจุบันรัฐบาลและประธานาธิบดีก็ได้รับความนิยมน้อยมาก ดังนั้นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือสถานการณ์ต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ผู้คนรับได้

ลาฟ : แม้กระทั่งในสมัยของ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส (อดีตประธานาธิบดีเผด็จการ) ก็มีคนทำหนังอย่าง ลิโน บรอคกา (ผู้กำกับภาพยนตร์ยุค 70-80) ที่กล้าใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ระบบ

อเล็กซิส : ในปัจจุบันรัฐยังทำหน้าที่เซ็นเซอร์หนังอยู่แต่ก็ต่างจากเดิม ยกตัวอย่างเช่น รัฐเซ็นเซอร์หนังของลาฟในประเด็นโป๊เปลือยมากกว่าประเด็นการเมือง แต่ผมเองมีความเชื่อว่า รัฐไม่เชื่อแล้วว่าศิลปะจะมีความหมาย พวกเขาไม่เชื่อแล้วว่าหนังจะมีผลในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ในช่วงเวลาที่บรอคกาทำหนัง รัฐจะเซ็นเซอร์หนังตั้งแต่ก่อนที่หนังจะสร้างซะอีก คนทำหนังต้องส่งบทให้รัฐพิจารณาก่อนถ่ายทำ ซึ่งตอนนี้มันไม่มีระบบเช่นนี้อีกแล้ว เพราะภาพยนตร์ไม่ได้มีอำนาจต่อความรู้สึกนึกคิดของประชาชนทั้งประเทศเหมือนกับที่เคยเป็นแล้ว ในยุคที่บรอคกาทำหนัง ภาพยนตร์สามารถเปลี่ยนสังคมได้ แต่เมื่อมามองในปัจจุบัน เมื่อคุณมองไปยังภาพยนตร์ที่ฉายในวงกว้าง -ซึ่งคำว่าวงกว้างนั้นสำคัญมากเพราะมันต้องฉายในวงกว้างเท่านั้นถึงจะสร้างผลกระทบขนาดยักษ์ได้ ภาพยนตร์ได้สูญเสียอำนาจแบบนั้นไปแล้ว

ผมพูดเสมอว่าหนังของลาฟ หรือหนังของ รายา มาร์ติน คล้ายบทกวี และถ้าเราพูดกันตรงๆ ก็คือบทกวีน่ะไม่มีผู้ชมผู้ฟังมากมายหรอกครับ บทกวีเป็นสิ่งที่มีความเป็นส่วนตัวสูง คนดูก็เสพมันในลักษณะส่วนตัวกันมาก และคุณก็ไม่ได้คาดหวังว่าบทกวีจะเปลี่ยนประเทศได้ ในยุค 70-80 เราสามารถบอกได้ว่าหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อสังคมอย่างแรงกล้า ดังนั้นรัฐบาลจึงพยายามสู้กับหนังพวกนั้นอย่างทันท่วงที แต่ตอนนี้ผมนึกไม่ออกและไม่คิดว่าจะเห็นหนังเรื่องไหนที่เปลี่ยนสังคมฟิลิปปินส์ หนังในปัจจุบันอาจเปลี่ยนปัจเจกบุคคล แล้วปัจเจกบุคคลนั้นค่อยไปเปลี่ยนแปลงสังคมอีกที

อนึ่งมุมมองของ อเล็กซิส นั้นนับว่าใกล้เคียงกับมุมมองของนักดูหนัง และผู้ชมภาพยนตร์คนไทยหลายท่านที่ผมเคยพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่นับว่าเขาถ่ายทอดออกมาได้อย่างแหลมคม และชัดเจนยิ่ง ซึ่งเหตุผลดังกล่าวน่าจะถูกนำมาถก และอภิปรายโดยละเอียดเพื่อนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ด้านภาพยนตร์ต่อไป

ข้อมูล และภาพประกอบจาก นิตยสาร-เว็บไซต์ ไบโอสโคป

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: