ไพบูลย์, อัญญาอร ภูมิใจเสนอเครือข่ายใหม่ เตรียมเฝ้าจับตา(ย)ภาพยนตร์ พร้อมเข้าแทรกแซงทันทีหากพบสื่อไม่เหมาะสม


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ม.ค. ที่โรงแรมเสนาเพลส เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ เปิดศูนย์ประสานงานครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ โดยมีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และอดีตรองนายกฯ และรมว.การพัฒนาสังคมฯ เป็นประธาน เพื่อเป็นศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเผยแพร่สื่อที่ไม่เหมาะสม

นางอัญญาอร พานิชพึ่งรัถ หัวหน้าเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ กล่าวว่า ศูนย์ฯ นี้ตั้งขึ้นเพื่อให้ครอบครัวอาสารวมตัวกันเพื่อติดตามเฝ้าระวังสื่อที่ไม่เหมาะสมต่าง ๆ อาทิ ภาพยนตร์ที่มีฉากรุนแรง หนังสือการ์ตูนลามกอนาจาร ที่วางขายในที่สาธารณะ หากพบเห็นสื่อที่ไม่เหมาะสมสามารถแจ้งมาได้ที่ศูนย์ประสานงานครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ http://www.familymediawatch.org หรือโทรศัพท์ 0-2888-2260

ด้านนพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวถึงผลกระทบจากการบริโภคสื่อว่า ปัจจุบันเด็กไทยบริโภคสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อาทิ โทรทัศน์ และวิทยุ เฉลี่ย 5 ชม.ต่อวัน ซึ่งถือว่ามากเกินไป จะส่งผลเสียทำให้เด็กเสียสุขภาพทั้งทางสายตาและร่างกาย มีสมาธิสั้น และมีพัฒนาการช้า รวมถึงยังส่งผลให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวน้อยลงด้วย ทั้งนี้เด็กควรบริโภคสื่อไม่เกิน 1 – 2 ชม.ต่อวัน โดยผู้ปกครองควรจะส่งเสริมให้บุตรหลานทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับครอบครัว เพื่อลดการบริโภคสื่อ โดยใช้หลักการ 3 ต้อง 2 ไม่ ประกอบด้วย 3 ต้อง คือ ต้องกำหนดเวลาดูโทรทัศน์ ต้องกำหนดรายการโทรทัศน์ที่เด็กสามารถรับชมได้ และผู้ปกครอต้องพูดคุยกับบุตรหลานหลังชมรายการโทรทัศน์จบ ส่วน 2 ไม่ คือ ไม่มีสื่อร้ายในบ้าน และ ไม่จัดวางโทรทัศน์ไว้ในห้องนอนของเด็ก ซึ่งการเฝ้าระวังต้องทำอย่างเป็นระบบ พ่อแม่ต้องเลือกสื่อให้เหมาะสมกับวัยของลูก จะช่วยลดผลร้าย รายการที่เด็กไม่ควรดูก็ควรอยู่ในเวลาที่เด็กดูไม่ได้

อนึ่ง นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในสมัยรัฐบาล คมช ที่เตรียมจะออกกฎหมาย พรบ ปราบปรามวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย ซึ่งมีจุดประสงค์ เพื่อห้ามสื่อต่างๆ อาทิเช่น ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหารุนแรง สื่อที่ั่ยั่วยุการฆ่าตัวตาย (ซึ่งอาจตีความไปถึงภาพยนตร์และละครที่มีฉากการฆ่าตัวตาย) , สื่อที่ยั่วยุการเสพยาเสพย์ติด (ซึ่งอาจรวมถึงภาพยนตร์และละครที่มีฉากการใช้ยาเสพย์ติด) ซึ่งสุดท้าย ก็ยังไม่สามารถออกพระราชบัญญัติดังกล่าวมาได้ เพราะหมดวาระไปเสียก่อน

ขณะที่นางอัญญาอร พานิชพึ่งรัถ เป็นภรรยาของเจ้าของกิจการขายเครื่องมือแพทย์ ที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ ซึ่งเคยมีผลงานร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมในการเข้าจับกุมหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมาแล้ว

และยังเป็นตัวแทนภาคประชาชน เข้าร่วมประชุมเสนอความคิดเห็นเพื่อนำไปใช้ในการเสนอร่างกฎหมายพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ฉบับที่มีการประกาศใช้แล้วในปัจจุบัน

เนื้อหาข่าว อ้างอิงจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 13 มกราคม 2552

Advertisements

6 responses

  1. เฮ้อ อ่านแ้ล้วเครียด – -*

  2. อัญญาอร อืมม์…ผมจะจำชื่อนี้ไว้

  3. ถ้าออกมาในรูปแบบนี้

    ผมคิดว่าพวกเราก็ต้องรีบแสดงออกให้ไวที่สุดแล้วละครับ

  4. ยังไม่ลงเรื่อง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อคน เหรอครับ

  5. ^
    ^
    ^
    ขออภัยครับ จะรีบหามาลง แต่จริงๆ ก่อนหน้านี้ทราบเรื่องนานแล้ว ต้องรอให้เรื่องมันกระจ่างขึ้นอีกสักหน่อยครับจึงจะนำมาลงได้

  6. ไม่อยากจะพูดเบื้องหลังของคุณอัญญาอรนะ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: