กรณี 20th Century Boys : เมื่อคนดูหนังคนหนึ่งขอเรียกร้องสิทธิ


ฉากหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่อง 20th Century Boys

นักดูหนังหลายท่านคงได้ทราบกันบ้างแล้วว่า ภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง 20th Century Boys ผลงานที่ดัดแปลงจากการ์ตูนชื่อเดียวกันของ นาโอกิ อุราซาวะ นั้นเมื่อนำมาฉายในประเทศไทยในฉบับพากย์ไทยนั้นโดนตัดออกไปเป็นความยาวประมาณเกือบ 30 นาที

กรณีดังกล่าวได้ถูกตั้งคำถามจากนักดูหนังจากหลายเว็บไซต์ เพราะปัจจุบันนอกเหนือจากการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ที่มีภาพ หรือเนื้อหารุนแรง และลามกอนาจาร ขัดต่อศีลธรรมอันดีของผู้ตรวจสอบจากกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว หนังที่ฉายเก็บเงินจากผู้ชมยังสามารถถูกตัดได้จากผู้ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในประเทศอีกด้วย เพื่อจุดประสงค์ใดก็ตามแต่จะอ้าง เช่น เป็นฉากไม่จำเป็นกับเนื้อเรื่อง, หรือความจริงเพื่อผลทางการค้า ฯลฯ

หลายคนไม่ได้จบแค่เพียงการวิพากษ์วิจารณ์ ด่าทอเท่านั้น แต่ยังร้องเรียนไปยังโรงภาพยนตร์ และผู้ประกอบการ ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่ทำจนได้ผลตอบแทน แม้จะไม่สามารถเรียกว่าได้รับชัยชนะอย่างแท้จริงคือ ทำให้หนังฉบับไม่ถูกตัดได้นำมาฉายใหม่ แต่ก็ควรชื่นชมในฐานะที่คนดูหนังคนหนึ่งออกมาเรียกร้องสิทธิที่ควรจะเป็น

หนึ่งในตัวอย่างที่เราขอมานำเสนอและได้รับอนุญาตจากผู้เขียนแล้ว คือ กระทู้ในห้องเฉลิมไทย จากคุณ parawarm ดังต่อไปนี้

กระทู้ติดตามผล หลังจากโทรไปร้องเรียนเรื่องที่ 20th Century Boys โดนตัด!!!

สวัสดีทุกๆ คนนะครับ วันนี้ผมมาแจ้งผลหลังจากที่ผมทำการโทรไปร้องเรียนเรื่องที่หนัง 20th Century Boys ฉบับพากย์ไทย โดนตัดออกไปร่วมๆ 20-30 นาทีครับ

ความตั้งใจแรกของผม คือ การติดตามให้รู้ให้ได้ว่า สาเหตุที่ตัด ตัดเพราะอะไร? ฝ่ายไหนเป็นคนตัด? ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ? แล้วการรับผิดชอบ จะรับผิดชอบอย่างไร?

ผมเริ่มทำสิ่งแรกโดยการโทรไปที่โรงหนังที่ผมชมฉบับพากย์ไทยก่อน นั่นก็คือ เมเจอร์ปิ่นเกล้า ครับ โทรไปวันเสาร์ แจ้งให้ทราบว่า ผมชมฉบับพากย์ไทย แล้วพบว่าหนังถูกตัดไป เวลาฉายน้อยกว่าฉบับ soundtrack ประมาณ 20 นาที ทางพนักงานที่รับสายแจ้งว่า ต้องรอทาง ผจก. สาขากลับจากพักร้อนก่อน แล้วจะรีบติดต่อผมกลับมาอีกครั้ง ผมขอวันเวลาที่แน่นอนที่ทางเมเจอร์จะติดต่อกลับมา เพราะผมไม่อยากให้เรื่องเงียบหายไป ทางเมเจอร์บอกว่า ประมาณ 1-2 วัน …. ก็เป็นอันจบการคุยในครั้งแรกครับ

พอมาถึงวันนี้ ผ่านมาแล้ว 2-3 วัน ผมยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากทางเมเจอร์ ผมจึงโทรกลับไปที่เมเจอร์ปิ่นเกล้าอีกครั้ง คราวนี้ พนง.ที่รับสาย ไม่น่าจะใช่คนเดิม เพราะเค้าไม่รู้เรื่องที่ผมได้โทรไปร้องเรียนเมื่อวันเสาร์เลย (ทั้งๆ ที่ผมก็บอกแล้วว่า เมื่อวันเสาร์โทรมาครั้งหนึ่งแล้ว) ก็เลยเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า สัญญาเมื่อวันเสาร์ที่เมเจอร์ให้ไว้ มันแค่สัญญาลมปากรึเปล่า พนง.บอกผมว่า ในส่วนนี้จะทำการติดต่อทางค่ายหนังให้อีกที แล้วจะแจ้งผลกลับมาภายใน 1 สัปดาห์…. มันช่างนานมากเลยครับ นานเกินไปสำหรับการยกหูโทรศัพท์ไปสอบถามแค่นั้นเอง ผมคิดว่า มันก็คงเป็นแค่การประวิงเวลาให้เรื่องมันเงียบๆ ไปล่ะมั้ง

ผม – ขอเบอร์โทรติดต่อค่ายหนังเองเลยได้มั้ยครับ 1 อาทิตย์มันนานไปนะ ผมว่า
พนง. – คงจะไม่ได้ค่ะ เพราะว่า ทางค่ายหนังไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรไว้เลยค่ะ
ผม – (อ้าว… แล้วคุณจะติดต่อให้ผมได้ยังไงไม่ทราบ?)
ผม – ผมว่า 1 อาทิตย์มันนานเกินไปครับ
พนง. – งั้นเดี๋ยวสักครู่นะคะ เดี๋ยวจะให้ทาง movie line โทรไปติดต่อประสานงานกับลูกค้าโดยตรงเลยนะคะ รอรับโทรศัพท์ได้เลยค่ะ

หลังจากวางโทรศัพท์ไป ผมก็เริ่มคิดว่า แล้วให้ทาง movie line ติดต่อมา มันจะได้เรื่องอะไรหรือ? เพราะเท่าที่เรารู้กัน คนที่ตัดหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่ทางโรง แต่เป็นค่ายหนัง ใช่ไหมครับ…. ไม่นานนักผมก็ได้รับโทรศัพท์จากทางส่วนกลางของเมเจอร์ครับ โดยคำชี้แจงของทางส่วนกลาง ก็อย่างที่เราทราบกันครับ ว่า ผู้ที่ตัดหนังออก คือทางค่ายหนัง ………………. “โดยเลือกที่จะตัดฉากที่น่าเบื่อหรือไม่สำคัญต่อเนื้อเรื่องออก เพื่อให้ฉายได้มากขึ้น” ……….. เป็นเหตุผลที่คาดไว้แล้ว แต่เกินคาดจริงๆ ครับ ผมอธิบายไปว่า ตัวผมเป็นคนที่เคยอ่านฉบับการ์ตูนมาก่อน แล้วผมก็ไปดู soundtrack มาอีกรอบแล้วด้วย ผมไม่คิดว่าฉากที่ตัดออกเป็นฉากที่น่าเบื่อหรือไม่สำคัญอะไรเลย ตรงกันข้าม มันทำให้หลายๆ ฉากในหนังมีที่มาที่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ด้วยซ้ำ ผมจะยกตัวอย่างบางฉากที่ตัดออกไปแล้วส่งผลต่อหนังให้ดูนะครับ

1. ฉบับ soundtrack ก่อนที่แก๊งข้างถนนจะเข้าไปขโมยของในร้านเคนจิ เพื่อล่อให้เคนจิมาพบกับคนที่ถูกยิงนั้น….. จะกล่าวถึงที่มาที่ไปของ “พระเจ้า” ก่อน ว่า พระเจ้าเนี่ย ฝันเห็นเหตุการณ์อะไรซักอย่าง ซึ่งมันเป็นลางบอกเหตุ และมักจะเป็นเรื่องจริงในภายหลัง ซึ่งในฉบับพากย์ คนที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนอาจจะงงว่า ไอ้แก่นี่มันใคร ทำไมจู่ๆ เคนจิก็ไว้ใจ ฝากคันนะไว้ให้เลี้ยงในตอนท้ายได้???

2. ฉบับพากย์ไทย ช่วงที่เคนจิพาโอตโจะไปที่ฐานทัพลับใต้ดิน แล้วจู่ๆ โยชิสึเนะกับมารูโอะ และ มอนจัง และ ยูคิจิ ก็โผล่มาเจอกันได้ด้วยซะงั้น!!! เป็นอะไรที่เกินจริงมากๆ ครับ… แต่ที่มาที่ไปของฉากนี้ที่หายไป ในฉบับ soundtrack จะมีฉากที่เคนจิส่ง fax และ MMS ให้เพื่อนๆ เอาสัญลักษณ์ของกลุ่มคืนมา โดยนัดเจอกันในวันนั้นเวลานั้นอยู่แล้ว ……

เห็นมั้ยครับ ฉากที่ทางค่ายหนังบอกว่าน่าเบื่อ ไม่สำคัญกับเนื้อเรื่อง….. คุณเอาอะไรคิดครับ?

กลับมาที่การคุยกันระหว่างผมกับเมเจอร์ครับ เมเจอร์บอกว่า ในส่วนนี้ ก็มีลูกค้าให้ comment เรื่องนี้มาเยอะ และทางเมเจอร์ก็ได้แจ้งต่อไปให้ทางค่ายรับรู้แล้ว (แต่ทางเมเจอร์ไม่ได้บอกผม ว่าทางค่ายออกมารับผิดชอบอะไรบ้าง) และสุดท้ายแล้ว ทางเมเจอร์เสนอที่จะให้ผมได้ดูหนังฟรี 1 เรื่อง (เพราะผมบอกไปว่า ผมดู soundtrack แล้ว) และถามผมว่า แบบนี้จะโอเคมั้ย? ผมบอกว่า สำหรับผม ผมโอเคอยู่แล้วกับการได้ดูหนัง 1 เรื่อง แต่ผมรู้สึกว่า เรื่องนี้ คนที่ต้องรับผิดชอบ ไม่น่าจะใช่ทางเมเจอร์ แต่น่าจะเป็นทางค่ายหนังมากกว่า และผมก็ไม่เห็นด้วยที่คนที่ไม่ใช่คนผิดต้องมารับผิดชอบแทน ผมอยากให้ทางค่ายหนังออกมารับผิดชอบการกระทำของเค้ามากกว่า … ซึ่งเมเจอร์บอกผมว่า ทางเมเจอร์ก็มีส่วนผิดตรงที่นำหนังเรื่องนี้ที่โดนตัดมาฉาย และสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า ……. ผมบอกไปว่า ผมอยากให้ทางค่ายหนังรู้บ้าง ว่า มีลูกค้าที่พร้อมจะโวยสำหรับการกระทำที่ไม่เป็นธรรมแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ลูกค้าที่ก้มหน้ารับกรรมอย่างเดียวนะ … แต่ผมบอกไป ทางเมเจอร์ก็คงได้แต่รับรู้แหละครับ ทางค่ายหนังก็ลอยตัวอยู่ดี

สิ่งที่เมเจอร์เสนอมาให้ ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับ ผมจะได้ดูหนังฟรี 1 เรื่อง ที่สาขาปิ่นเกล้า โดยหลังจากที่ส่วนกลางติดต่อประสานงานกับทางปิ่นเกล้าแล้ว ก็ได้โทรกลับมาบอกรายละเอียดผม ว่า หากผมต้องการจะดูหนังเมื่อไหร่ ให้โทรไปที่ปิ่นเกล้า ขอสายคุณ xxx (ซึ่งเดาเอาว่าน่าจะเป็น ผจก.) แล้วบอกชื่อผมได้เลย หรือถ้าติดต่อไม่ได้หรือทางปิ่นเกล้าบอกว่าไม่ทราบเรื่อง ให้ผมติดต่อกลับไปที่ส่วนกลางได้เลย เรื่องก็เป็นเช่นนี้แหละครับ

ผมอยากให้ ทุกๆ คน ที่ได้ดูหนังเรื่อง 20th Century Boys ฉบับพากย์ไทย โทรไปแจ้งเรื่องกับทางเมเจอร์ด้วยนะครับ ร้องเรียนเอาสิทธิของเรามาให้ได้ ให้เค้ารู้บ้างว่า ลูกค้าไม่ได้ก้มหน้ารับชะตากรรมดูหนังที่ทางค่ายหนังถือวิสาสะ ตัดหนังในส่วนที่ค่ายหนังเห็นว่า “น่าเบื่อและไม่สำคัญ” ออก….. โทรไปแจ้งที่สาขาที่ท่านชมนั่นแหละครับ หรือถ้าไม่ทราบเบอร์สาขา ลองโทรไปที่ movie line นะครับ 02-515-5555 (แต่ผมไม่แน่ใจว่า เค้ายังมีบริการโอนให้พนง. อยู่รึเปล่า) หรือติดต่อไปที่ส่วนกลางได้เลยครับ หมายเลข 02-511-5553 นะครับ…………..

แต่สุดท้ายแล้ว ผมว่า สิ่งที่ผมได้กลับมา ก็เหมือนแค่การเอาใจชดเชยสิ่งที่เสียไป แค่นั้นแหละครับ แต่ก็ไม่มีใครออกตัวมารับผิดชอบอะไรอยู่ดี….

จากคุณ : parawarm

ท่านใดที่พบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการชมภาพยนตร์ จากโรงภาพยนตร์, การเซ็นเซอร์, การถูกตัดทอนความยาวของภาพยนตร์ สามารถส่งข้อเขียนดังกล่าวมาได้ที่ อีเมล์ของเครือข่ายคนดูหนัง movieaudiencenetwork@gmail.com หากข้อเขียนใดทางเราเห็นว่าเป็นประโยชน์จะนำมาเผยแพร่ต่อไป

5 responses

  1. น่าชื่นชมมากครับ
    ผมอยากเห็น M Pictures ออกมาแสดงตนในกรณีนี้ด้วย

  2. ^
    ^
    ^
    กรณีนี้เหมือนทางค่ายหนังทำตัวไม่รู้ไม่เห็นเลยนะครับ จำได้ว่ามีคนโทร.ไปสอบถามแล้วเหมือนๆ จะโบ้ยให้ทางโรงหนังก็มี

  3. ดีมากๆ เลยครับ

    ถ้าต่อไปมีอีก ผมว่าไม่ต้องไปดูกันเลย
    แล้วหา DVD master จากนอกมาดูกันดีกว่า

    เอาให้สำนึกกันบ้าง

  4. คุณเข้าใจโรงภาพยนตร์และ บ. เอ็มพิกเจอร์ (ไทย) ด้วย ว่าการจะได้หนังมาแต่ละเรื่อง มันลำบากแค่ไหน และการพากย์ไทย ก็น่าจะเป็นคำที่รุนแรงกว่าซับมั้ง เพราะมันดูหมิ่นถึงลัทธิ เทพเจ้า ประมาณนั้น อีกอย่าง เอ็มพิกเจอร์ รับหน้าที่ควบ2 ในการผลิตซีดี ดีวีดี โดยมีแบรนด์ชื่อ เอ็มวีดี เค้าจะมารับผิดชอบด้วยเรื่องแค่นี้เป็นไปไม่ได้หรอก

  5. ครับ ทางเราเข้าใจบริษัทผู้สร้าง แต่ในที่นี้เราก็ต้องให้พื้นที่คนดูหนังเช่นกัน เพราะหลายคนที่ไม่มีสิทธิอะไรเลยจากการถูกเอารัดเอาเปรียบเช่นกัน

    หากมีการรับฟังทั้งสองฝ่ายแล้วน่าจะทำให้หาวิธีที่ลงตัวของธุรกิจภาพยนตร์ได้มากขึ้นครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: