Zack and Miri Make a Porno หนังเควิน สมิธ โดนแบนในอเมริกา


ไม่ใช่การแบนในประเทศไทย แต่เป็นการแบนในอเมริกา Zack and Miri Make a Porno ผลงานหนังตลกล่าสุดของเควิน สมิธ ที่ชื่อหนังก็ล่อแหลมมาแต่ไกล (แซค กับ มิริ ทำหนังโป๊) นำแสดงโดย เซธ โรเกน และ เอลิซาเบธ แบงค์ เจ้าของเรต R ในประเทศที่จัดเรตหนังอายุผู้ชมแล้ว แต่โรงหนัง Utah Jazz and Megaplex ของเมือง ซอลท์ เลค ซิตี้ ในรัฐยูท่าห์ ก็เลือกจะแบนหนัง โดย คาล กุนเดอร์สัน โฆษกของธุรกิจโรงภาพยนตร์กลุ่มดังกล่าว เผยว่าภาพโป๊ ฉากเซ็กส์ และเนื้อหาของหนังมันเกือบจะถึงขั้นเรต NC-17 (เรตหนังสำหรับภาพยนตร์ที่เหมาะกับคนดูอายุ 17 ปีขึ้นไป)

ตรงกันข้ามกับหนังสยองขวัญ Saw V ที่โดนเซ็นเซอร์ในบ้านเรา แต่โรงหนัง Utah Jazz and Megaplex กลับให้ฉายได้ จนเกิดคำถามถึงมาตรฐานการแบนของโรง ซึ่งทางกุนเดอร์สันเองไม่ได้ให้คำตอบ ขณะเดียวกันตัวหนังของ เควิน สมิธ เองก็ไม่ได้เป็นหนังโป๊เหมือนชื่อเรื่อง มีฉากร่วมรักน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อความตลก ได้รับคำชมจากประเด็นที่ชวนสะเทือนใจแบบหนังโรแมนติค ซึ่งสามารถนำไปจัดรวมกับหนังตลกอย่าง The 40-Year-Old Virgin และ Knocked Up ที่โรงภาพยนตร์นี้ก็เลือกฉาย

ไม่ใช่ครั้งแรกที่อารมณ์ขันแบบ เควิน สมิธ ต้องเจอปัญหา Clerks หนังเรื่องแรกของเขาได้รับการจัดเรต NC-17 จากภาษาที่โฉ่งฉ่าง Dogma ถูกประท้วงจากกลุ่มคาธอลิค ส่วน Zack and Miri Make a Porno ตัวอย่างหนังยั่วน้ำลายของมันก็ได้รับเรต NC-17 จนต้องถูกถอดออกจากเว็บไซต์ รวมถึงโปสเตอร์หนังที่สุดท้ายก็ออกมาเป็นเพียงรูปดารา กับภาพร่างเรียบง่ายเท่านั้น

ปัญหาที่เชื่อว่าหนังถูกแบนก็มาจากคำว่า Porno ในชื่อเรื่อง ซึ่งทำให้เจ้าของโรงหนัง Larry Miller รวมถึงหนังสือพิมพ์ 15 หัว, สถานีโทรทัศน์หลายช่อง รวมถึงเจ้าของป้ายบิลบอร์ด ปฏิเสธการโปรโมตหนังในเมืองของตน

ริน่า คัตเลอร์ ตัวแทนนายกเทศมนตรี กล่าวให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ทางโทรศัพท์ว่า “ถ้าหนังใช้ชื่อว่า Zack and Miri เฉยๆ ก็ไม่มีปัญหา แต่จะใช้ชื่อว่า แซ็คกับมิริจะทำหนังโป๊ติดตามป้ายรอรถบัสไม่ได้ค่ะ”

ไม่ใช่ครั้งแรกที่โรงหนังแห่งนี้แบนหนัง แต่ในปี 2006 เขาก็ไม่ฉายหนังเรื่อง Brokeback Mountain อีกเรื่อง (อย่างไรก็ตามหลังหนังเรื่องนี้ออกฉาย มิลเลอร์กล่าวภายหลังว่าเขาเสียใจที่ตัดสินใจไปแบบนั้น)

อย่างไรก็ตามช่วงเวลาขณะที่หนังโดนแบน สัปดาห์ที่แล้วมีหนังเรต G (เหมาะกับคนดูทุกเพศทุกวัย)อย่าง High School Musical 3 เข้าฉายทำเงินมหาศาล และที่โรงหนังในเครือนี้ก็ยังฉายหนังเรต R เรื่อง Sex Drive ฉากก่อนหน้าไปแล้วเช่นกัน

จากข่าวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าประเทศที่มีการจัดกลุ่มอายุผู้ชมภาพยนตร์โดยปราศจากการแบนภาพยนตร์นั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการตัดทอนฉากบางฉาก หรือยกเลิกการฉายหนัง เพราะการจัดกลุ่มอายุผู้ชมเป็นการควบคุมให้บริษัทผู้สร้างพยายามสร้างหนังที่เหมาะกับคนดูทุกกลุ่มทุกวัย และโรงหนังเองก็จะโดนกดดันจากสังคมในท้ายที่สุดอยู่ดี หากหนังเรื่องดังกล่าวมีเนื้อหาอื้อฉาวขัดแย้งกับจารีต หรือค่านิยมของคนในเมืองนั้นๆ

คำถามคือการกฎหมายของไทยยังมีช่องว่างให้มีการเซ็นเซอร์ นั่นก็ย่อมเป็นการริดลอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางความคิด เคลื่อนไหวทางสังคมในทางหนึ่งเช่นกัน ใช่หรือไม่ ?

Advertisements

3 responses

  1. ลืมบอกไปว่าข่าวจาก Yahoo โดย โจนาธาน โครว์ ครับ

    http://movies.yahoo.com/feature/zackandmiri_blog.html

  2. อู้ววว อ่านแล้วเข้าใจบ้านเมืองเค้าเพิ่มมาอีกนิดนึงคับ

    ขอบคุณครับผม

  3. เป็นแค่การแบนของโรงภาพยนตร์เท่านั้นครับ เพราะโรงภาพยนตร์มันก็ยังเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลที่เจ้าของสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเลือกหรือเลือกที่จะไม่นำเสนอ

    ผิดกับการแบนในประเทศนี้ที่กระทำโดยหน่วยงานรัฐ มีผลบังคับใช้ทั้งประเทศ

    สิ่งที่เครือข่ายเฝ้าระวังทำอยู่นี่ ไม่ต่างไปจากสิ่งที่กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองของพวกเคร่งศาสนาในอเมริกาทำกันเลยครับ อย่างกลุ่ม family council ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่เคร่งศาสนา พวกฐานเสียง Bush ทั้งหลายแหล่น่ะครับ กลุ่มเคลื่อนไหวเหล่านี้มักพยายามอ้างเหตุผลทางวิชาการเพื่อจะสร้างความชอบธรรมให้กับการเซ็นเซอร์ตามสื่อต่างๆ พวกนี้มักจะอ้างความรุนแรงในสื่อที่ส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมของเด็ก แต่สามารถพาลูกตัวเองที่อายุยังไม่ถึงไปนั่งดู Passion of The Christ ของ Mel Gibson ได้อย่างไม่ละอาย แม้ว่าหนังจะเต็มไปด้วยความรุนแรง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่อ้างอิงมาจากไบเบิ้ลแล้ว สำหรับคนพวกนี้ มันก็โอเค

    แต่ในอเมริกา คนพวกนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกรัฐ ยังไม่มีอำนาจทางกฏหมายที่จะเที่ยวเอาไปบังคับใช้กับใครต่อใคร

    พอมาลองเปรียบเทียบกับเครือข่ายเฝ้าระวังแล้ว มันเหมือนกับยกเอากลุ่มคนประเภทเดียวกันให้มานั่งควบคุมกลไกรัฐ กินเงินภาษี และสามารถสร้างความกดดันให้กับหน่วยงานรัฐอื่นๆ อย่างกระทรวงไอซีที หรือกระทรวงมหาดไทย ให้บังคับใช้กฏหมายตามแนวทางที่ศูนย์เฝ้าระวังเรียกร้อง น่าเศร้าใจกับประเทศนี้จริงๆครับ ที่พวกมีปมด้อยทางปัญญามักจะมีอภิสิทธิ์เสมอ มีอำนาจเที่ยวยัดเยียดความชราภาพของตัวเองให้กับใครก็ได้

    หน่วยงานอย่างศูนย์เฝ้าระวังเรียกได้ว่าเป็นองค์ในฝันที่พวกกลุ่มเคร่งศาสนาในอเมริกาอยากจะให้มันเกิดขึ้นมานานเลยครับ โชคดีตรงที่เสรีภาพในการแสดงความคิด การนำเสนอของสื่อ และเสรีภาพในการรับรู้ของประชาชน ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ ผิดกับประเทศที่น่าสิ้นหวังประเทศนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: