Son of Rambow แรมโบ้กับแรงบันดาลใจต่อเด็กสองคน


ในปี พ.ศ.2551 พระราชบัญญัติภาพยนตร์ได้มาถึงจุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ท่ามกลางการเซ็นเซอร์ เบลอ และแบนหนังที่ดูจะมากขึ้นอีกครั้งต่อเนื่องจากปี พ.ศ.2550 ท่ามกลางสถานการณ์กลางเมืองที่เข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเช่นกัน – ขณะเดียวกันมันยังเป็นปีที่มีหนังเข้าฉายในประเทศไทยหลายเรื่องยกประเด็นเกี่ยวกับหนังกับอิทธิพลต่อคนดูหนังอยู่หลายเรื่อง อาทิ Be Kind, Rewind ของผู้กำกับ มิเชล กอนดรี้, Serbis หนังฟิลิปปินส์ของผู้กำกับ บริลลันเต้ แมนโดซ่า, The Fall ของผู้กำกับ ทาร์เซ็ม หรือแม้แต่ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ของผู้กำกับ ทรงยศ สุขมากอนันต์ หลายเรื่องนั้นเราจะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป แต่ที่เราจะกล่าวถึงในครั้งนี้คือ Son of Rambow ซึ่งฉายแบบจำกัดโรงในโรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์

Son of Rambow เป็นหนังจากประเทศอังกฤษ ผลงานของผู้กำกับ การ์ธ เจนนิ่ง(The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy) เล่าเรื่องย้อนไปในต้นยุค 80s กับมิตรภาพระหว่างเด็กน้อยสองคนที่แปลกแยกจากสังคมรอบข้าง วิล(บิล ไมลเนอร์) ผู้ขี้อาย เก็บตัว แต่แฝงพรสวรรค์ด้านศิลปะ ทว่าทุกอย่างก็ถูกปิดกั้นเนื่องจากครอบครัวของเขานับถือศาสนา Plymouth Brethren ซึ่งห้ามดูโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และฟังเพลง อย่างเข้มงวด ด้วยความเชื่อว่ามันคือสิ่งชั่วร้าย และ ลี(วิล โพลเตอร์) ตัวป่วนประจำโรงเรียน พวกเขาพบกันโดยบังเอิญระหว่างถูกสั่งให้ออกจากห้องเรียน ลีชักชวนวิลให้ร่วมสร้างหนังเลียนแบบภาพยนตร์เรื่อง Rambo: First Blood (ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อหนัง) เพื่อประกวดเอารางวัลจากสถานีโทรทัศน์ BBC

หลังจากจับพลัดจับผลูได้ดูหนังอย่าง Rambo: First Blood  บางฉากโดยบังเอิญ ความที่วิลไม่เคยชมหนังมาก่อน จินตนาการของเขาจึงเตลิดเปิดเปิงไปไกล คิดนำประสบการณ์ของตนที่พ่อเสียชีวิตไปรวมเข้ากับหนัง จนตัดสินใจเขียนบทและร่วมแสดงในหนังโฮมวิดีโอของลี ท่ามกลางความขัดแย้งกับคนในครอบครัว และจุดพลิกผันที่เกิดจากบรรดาเด็กในโรงเรียนที่เข้ามามีบทบาทกับการถ่ายหนังกิ๊กก๊อกของทั้งคู่

จุดเด่นนอกเหนือจากอารมณ์ขันเรียบๆ สไตล์หนังอังกฤษ และภาพแทนจินตนาการของวิล ยังรวมถึงการเลียนแบบและคารวะรายละเอียดต่างๆ จากหนังดังในยุคนั้น อาทิ บุคลิกการปาลูกบอลเล่นกับกำแพงอย่างโดดเดี่ยวที่นำบุคลิกของ สตีฟ แม็คควีน จากภาพยนตร์เรื่อง The Great Escape(1963), เด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวฝรั่งเศสที่พยายามเลียนแบบบุคลิกของ แพทริค สเวย์ซี่ย์ จาก The Outsider(1983), บรรยากาศของหนังวัยรุ่นโรงเรียนที่นิยมสร้างในสมัยนั้น กับพล็อตที่คนต่างเห่อนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวฝรั่งเศส, การเปลี่ยนแปลงการถ่ายหนังของวิล และลี ของนักเรียนคนอื่นในลักษณะ “มากคนมากความ” เช่นเดียวกับ Rambo: First Blood ที่ในภาคต่อมาก็เปลี่ยนจากหนังดราม่าให้กลายเป็นหนังแอ็คชั่นเต็มตัว และ หนังเรื่อง Yentl(1983) หนังเพลงที่เข้าฉายในตอนท้ายเรื่อง ซึ่งมีเนื้อหาใกล้เคียงกับชีวิตของวิลไม่น้อย 

แต่เหนืออื่นใดการเน้นประเด็นการข้ามพ้นวัย (Coming-of-Age) ของตัวละครทั้งสองก็น่าจะเป็นจุดเด่นและเข้ากับสถานการณ์การเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ของประเทศไทยเราได้เป็นอย่างดี ท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้เรียนรู้ว่ามิตรภาพของคนที่ใกล้ชิดนั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด อย่างน้อยๆ ดูเหมือนของแต่ละฝ่ายก็เลือกคนในครอบครัวมากกว่ากลุ่มก้อนทางสังคมใดๆ ซึ่งทำให้การเปลี่ยนอารมณ์เป็นซาบซึ้งในช่วงท้ายเป็นฉากที่ดีที่สุดฉากหนึ่งของเรื่อง

Son of Rambow บอกเราว่าแม้เด็กที่เหมือนจะมีปัญหาที่สุด การดูหนังที่มีความรุนแรงอย่าง Rambo: First Blood จนนำไปเลียนแบบ ก็อาจจะไม่ได้ส่งผลเลวร้าย หากไม่ได้มีตัวแปรสำคัญคือการปิดกั้น ไม่พยายามทำความเข้าใจจากคนในครอบครัว(ปัญหาของหนังต่างถูกคลี่คลายจากครอบครัว) ขณะเดียวกันศาสนาที่บอกว่าสื่อต่างๆ คือสิ่งชั่วร้ายและเลือกไม่ให้เราเสพมัน สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถปิดกั้นมันได้ตลอดทุกครั้ง มิหนำซ้ำเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่ก็มีสิ่งที่เป็นอันตรายโดยที่พวกเขาอาจไม่ได้ตระหนักเลยอย่างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เสียด้วยซ้ำ

การ์ธ เจนนิ่งส์ อิงเรื่องราวบางส่วนจากประสบการณ์วัยเด็กของเขาเอง จากความประทับใจที่เขาทำหนังแบบมือสมัครเล่น และได้ฉายในโรงภาพยนตร์

อาจกล่าวได้ว่าหนังอาจมีส่วนเปลี่ยนแปลงผู้คน หรืออาจไม่มีเลย แรมโบ้อาจเป็นตัวแทนของความรุนแรงเพื่อความเพลิดเพลินของใครหลายคน, หนังเล็กๆ ทุนต้อยต่ำขนาดสั้นฉายก่อนเข้าโรงอาจไม่มีคุณค่าอะไรสำหรับคนจำนวนมาก แต่สำหรับคนตัวเล็กๆ อย่าง วิล และลี หนังสองเรื่องนี้มีค่ามากมายมหาศาล เช่นเดียวกับที่หนังเล็กๆ ในวัยเด็กที่มีต่อตัวเจนนิ่งส์คนสร้างหนังเรื่องนี้นั่นเอง

Advertisements

One response

  1. ชอบเรื่องนี้ๆ
    มิตรภาพเล็กๆ ที่่ไม่มีอะไรมาแทนที่ได้
    ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: