กม.หนังดุห้ามมีฉากร่วมเพศฉายในไทย


วธ.จัดทัพรอ กม.หนังคลอด 2 มิ.ย. ตั้ง “สำนักภาพยนตร์และวีดีทัศน์” เตรียมคนทำงานเกือบ 100 คน ของบกลาง 70 ล้านบาทจัดระเบียบหนัง-โรงหนังทั่วประเทศ ระดมอัยการ กฤษฏีกาให้แนวทางทุกจังหวัด 31 พ.ค. นี้ ด้านปลัดวธ. เผยเตรียมคลอด 7 เรตหนัง ห้ามฉายหนังมีฉากร่วมเพศ ชี้ผิดศีลธรรมอันดีของไทย

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. นายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) กล่าวในฐานะหน่วยงานปฎิบัติที่รองรับ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ พ.ศ. 2551 ซึ่งจะประกาศใช้ในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ว่า จากการที่ วธ. จะมีการรับมอบภารกิจตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ จากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในวันที่ 2 มิ.ย.นี้

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้มีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ทั้งในส่วนสำนักภาพยนตร์และวีดีทัศน์ที่ตั้งขึ้นใหม่ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เปิดรับบุคลากร เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจภาพยนตร์เกือบ 100 คน ส่วนงบประมาณได้ทำเรื่องเสนอต่อนายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อขอรับงบบริหารงานภาพยนตร์ 2 ทาง คือ เสนอของบกลางจากคณะรัฐมนตรีปีแรก 70 ล้านบาท หรือเรียกเก็บจากค่าธรรมเนียมให้บริการ โดยจะหัก 50 % เพื่อนำมาบริหารงาน เบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ที่ออกตรวจภาพยนตร์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

เลขาธิการ กวช. กล่าวอีกว่า ในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ สวช. จะทราบว่าภาระกิจการดูแลงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์มีอะไรบ้าง โดยทาง สตช. จะนำรายชื่อภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ และงานอื่นๆ มามอบให้กับ สวช. รับทราบและศึกษาข้อมูลเพื่อเข้าสู่การปฎิบัติงานจริงภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วง 90 วันต่อจากนี้ไปจะเป็นช่วงเรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมารับทราบข้อมูลและแนวทางปฎิบัติงาน

หากมีผู้ฝ่าฝืนหรือทำผิดกฎหมายโดยไม่เจตนา สวช.จะต้องเข้าไปตักเตือนและทำความเข้าใจเท่านั้น ยังไม่มีการลงโทษรุนแรง ยกเว้นผู้ที่ตั้งใจหลีกเลี่ยงไม่ทำตามกฎหมาย เช่น ลักลอบผลิตขายภาพยนตร์ทั้งในรูปแบบซีดี ดีวีดี นั้นแม้จะอยู่ในช่วง 90 วัน แต่ถือว่ากระทำความผิดในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา มีความผิดและรับโทษหนักเช่นกัน รวมไปถึงบรรดาโรงภาพยนตร์ที่ไม่มีใบอนุญาตฉาย หรือมีแต่ไม่แสดงให้เห็น มีโทษเช่นกัน

“แต่ผมคิดว่าการประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ถือเป็นธุรกิจใหญ่ น่าจะมีใบอนุญาตทุกแห่ง ยกเว้นโรงภาพยนตร์ชั้น 2 ที่อาจจะไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตฉายมานาน หาก สวช. ตรวจพบจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีไม่มีละเว้น แม้จะอยู่ในช่วง 90 วันก็ตาม เพราะถ้าหากผมไม่ดำเนินคดีจะถือว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ จึงขอให้โรงภาพยนตร์ทุกแห่งที่ไม่มีใบอนุญาตฉายรีบดำเนินขอใบอนุญาตให้ถูกต้องด้วย”เลขาธิการ กวช. กล่าว

นายวีระ โรจนพจนรัตน์ ปลัด วธ. เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานการประชุมพิจารณาร่างกฎหมายอนุบัญญัติ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 เกี่ยวกับ หลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ เปิดร้านเช่า แลกเปลี่ยน และจำหน่ายวีดิทัศน์ ตลอดจนการขอใบอนุญาตต่างๆ นอกจากนี้ทีประชุมยังได้หยิบยกปัญหาเรตติ้ง โดยเฉพาะเรตที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ชมภาพยนตร์ที่มีฉากการร่วมเพศ ยาเสพติด หรือแม้แต่ฉากอาชญากรรมรุนแรง ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการ และผู้ประกอบการมีความเห็นต่างกัน อย่างไรก็ตาม ข้อเถียงดังกล่าวจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ทีมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอีกครั้ง

“การที่จะให้มีฉากร่วมเพศเกิดขึ้นกับภาพยนตร์ฉายในประเทศไทย ซึ่งผมเห็นว่า เป็นไปได้ยาก เพราะขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อีกทั้งพ.ร.บ.ดังกล่าวจัดทำขึ้นมาเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน แต่ทางผู้ประกอบการก็มีความเห็นต่างว่า บางฉากสื่อถึงความเป็นศิลปะ ดังนั้น ผู้ที่ตัดสินว่าความเหมาะสมอยู่จุดใด คือ กรรมการชุดใหญ่”ปลัดวธ.กล่าว

นายวีระ กล่าวอีกว่า ส่วนเรตติ้งภาพยนตร์ คณะกรรมการพิจารณาร่างกฏหมายอนุบัญญัติฯได้เตรียมเสนอในการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ มีทั้งหมด 7 ระดับ ได้แก่ 1.ภาพยนตร์ที่ควรส่งเสริมให้ชม (ส.) 2.ภาพยนตร์ที่สามารถชมได้ทั่วไป (ท) 3. ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีขึ้นไปชม (น.13+)4.ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นไปชม(น.15+) 5.ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กต่ำกว่า 18 ปีขึ้นไปชม(น.18+) 6.ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะกับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีชม (ฉ) และ7.ภาพยนตร์ที่ห้ามฉายในราชอาณาจักรไทย(ห) ทั้งนี้การจัดทำเรตติ้ง กฏเกณฑ์ ต่างๆจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 ภายหลังพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้

ปลัดวธ. กล่าวอีกว่า ในวันที่ 31 พ.ค. -1 มิ.ย. นี้ สวช. จะจัดการประชุมชี้แจงแนวทางปฎิบัติของนายทะเบียนประจำจังหวัด เกี่ยวกับวิธีปฎิบัติทางปกครองและอาญาตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ที่โรงแรมแม็กซ์ ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ มีนายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน เพื่อเป็นแนวทางปฎิบัติการจัดเก็บค่าธรรมเนียม การเชื่อมข้อมูลส่วนกลาง และภูมิภาคแก่วัฒนธรรมจังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรมทุกเขตในกรุงเทพฯ และข้าราชการ สวช. จำนวน 300 คน

ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการบรรยายเรื่อง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ โดยนายสงขลา วิชัยขัทคะ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฏีกา วิธีปฎิบัติตามประมวลกฎหมาย โดยผู้แทนสำนักอัยการสูงสุด รวมไปถึงการให้ความรู้ เรื่อง วิธีปฎิบัติเกี่ยวกับพระราชบัญญัติวิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด พ.ศ. 2539

จาก หนังสือพิมพฺ์คมชัดลึก

Advertisements

4 responses

  1. ข่าวเพิ่มเติมจากเดลินิวส์ครับ เผื่อจะได้นำมาเปรียบเทียบกัน

    วธ.ถกหนักเตรียมเสนอ 7 เรตภาพยนตร์
    นายวีระ โรจนพจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานการประชุมพิจารณาร่างกฎหมายอนุบัญญัติ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 เกี่ยวกับ หลักเกณฑ์การขออนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ เปิดร้านเช่า แลกเปลี่ยน และจำหน่ายวีดิทัศน์ ตลอดจนการขอใบอนุญาตต่างๆ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หยิบยกปัญหาเรตติ้ง โดยเฉพาะเรตที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ชมภาพยนตร์ที่มีฉากการร่วมเพศ ยาเสพติด หรือแม้แต่ฉากอาชญากรรมรุนแรง ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการ และผู้ประกอบการมีความเห็นต่างกัน อย่างไรก็ตาม ข้อเถียงดังกล่าวจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอีกครั้ง

    “การที่จะให้มีฉากร่วมเพศเกิดขึ้นกับภาพยนตร์ที่ฉายในประเทศไทย ซึ่งผมเห็นว่า เป็นไปได้ยาก เพราะขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อีกทั้งพ.ร.บ.ดังกล่าวจัดทำขึ้นมาเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน แต่ทางผู้ประกอบการก็มีความเห็นต่างว่า บางฉากสื่อถึงความเป็นศิลปะ ดังนั้น ผู้ที่ตัดสินว่าความเหมาะสมอยู่จุดใด คือ กรรมการชุดใหญ่”ปลัดวธ.กล่าว

    นายวีระ กล่าวอีกว่า สำหรับ เรตติ้งภาพยนตร์ คณะกรรมการพิจารณาร่างกฏหมายอนุบัญญัติฯได้เตรียมเสนอในการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ มีทั้งหมด 7 ระดับ ได้แก่ 1.ภาพยนตร์ที่ควรส่งเสริมให้ชม (ส.) 2.ภาพยนตร์ที่สามารถชมได้ทั่วไป (ท) 3. ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีขึ้นไปชม (น.13+)4.ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีขึ้นไปชม(น.15+) 5.ภาพยนตร์ที่แนะนำให้เด็กต่ำกว่า 18 ปีขึ้นไปชม(น.18+) 6.ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะกับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีชม (ฉ.) และ7.ภาพยนตร์ที่ห้ามฉายในราชอาณาจักรไทย(ห.) ทั้งนี้การจัดทำเรตติ้ง กฏเกณฑ์ ต่างๆจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 ภายหลังพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้.

  2. อีกข่าวจากเดลินิวส์เช่นกัน

    ดีเดย์กฎหมายหนังมีผลใช้บังคับ2มิ.ย.จำคุกปรับสูงสุด1ล.
    ดีเดย์ ! 2 มิ.ย.นี้ ใช้กฎหมายหนัง จ่อเชือด โรงหนังเถื่อน วีซีดีปลอม โทษจำคุก-ปรับสูงสุด 1 ล้าน ระบุเตรียมจัดเรต เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีห้ามดูฉาก “หั่นศพ” รุนแรงสยดสยอง วธ. สืบทอดทายาท “กก.เซ็นเซอร์” จาก สตช. แต่เปิดให้หมอ นักจิตวิทยา นักศาสนามีส่วนร่วมคัดหนังด้วย

    เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้คณะอนุกรรมการ พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ได้หารือถึงการออกกฎกระทรวงมารองรับ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 มิ.ย.นี้ ซึ่ง วธ. เป็นผู้ดูแลและกำหนดนโยบายภายใต้คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายกรัฐ มนตรี เป็นประธานนั้น เนื่องจากขณะนี้การจัดระดับความเหมาะสมของภาพยนตร์หรือเรตติ้ง ยังไม่แล้วเสร็จ ที่ประชุมจึงมีมติว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาเป็น วธ. จำเป็นต้องทำงานในรูปแบบเดียวกับ สตช. (เซ็นเซอร์) ไปก่อน แต่จะเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น แพทย์ นักจิตวิทยา นักศาสนา เข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาเนื้อหาภาพยนตร์ให้เหมาะสมกับเพศและวัยด้วย ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ระบบเรตติ้งต่อไป

    ปลัด วธ.กล่าวต่อว่า วธ. จะเปลี่ยนการตรวจสอบเนื้อหาภาพยนตร์จากเซ็นเซอร์มาเป็นจัดเรตติ้งแน่นอน รวมทั้งจะมีการกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เช่น ห้ามฉาย เผยแพร่ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ที่มีเนื้อหารุนแรง สยดสยอง การฆ่าหั่นศพให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีดู เพราะหนังประเภทนี้น่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งหน่วยงานและกองทุนส่งเสริมภาพยนตร์ขึ้นมารองรับ โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมยกร่างกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศด้วย อย่างไรก็ตามการจัดเรตติ้งจะได้ผลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่จิตสำนึกของผู้ประกอบการ ว่าเมื่อทำเนื้อหาภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับคนอายุเท่าไหร่ขึ้นมาแล้วจะขายให้คนอายุเท่านั้นหรือไม่ ส่วนการขอถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเป็นผู้ดูแล

    ด้าน น.ส.อมรรัตน์ เทพกัมปนาท ผอ.สำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. นี้ผู้ประกอบการภาพยนตร์ทุกเรื่อง ทั้งที่ฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วไป และรูปแบบวีซีดี และดีวีดี จะต้องมาขอยื่นตรวจเนื้อหาต่อคณะกรรมการเซ็นเซอร์หากใครไม่ปฏิบัติตามถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนภาพยนตร์ที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศไทย บ่อนทำลายสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ห้ามฉายในประเทศไทยเด็ดขาด ขณะนี้มีผู้กังวลว่าการเซ็นเซอร์จะเป็นการจำกัดทางความคิดของผู้ผลิตภาพยนตร์นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ ผู้สร้างไม่จำเป็นต้องส่งบทให้ตรวจก่อน หากมั่นใจในเนื้อหาก็สามารถลงมือสร้างภาพยนตร์ให้เสร็จก่อนได้ จากนั้นค่อยนำเนื้อหาทั้งหมดมาให้คณะกรรมการตรวจและจัดเรตติ้ง

    ผอ.สำนักภาพยนตร์ฯกล่าวต่อว่า ถ้าพบเนื้อหาไม่เหมาะสม คณะกรรมการจะสั่งตัดฉากนั้น ๆ ออกจึงนำไปฉายได้ แต่ถ้าหากทางผู้สร้างไม่แน่ใจว่าบทภาพยนตร์ตัวเองมีปัญหาหรือไม่จะส่งให้คณะกรรมการตรวจก่อนก็ได้ ผู้ที่ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวจะมีโทษในระดับต่าง ๆ อาทิ โรงฉายภาพยนตร์ที่มีใบอนุญาตแต่ไม่แสดงไว้ในที่เปิดเผย ปรับวันละ 20,000 บาท เปิดโรงภาพยนตร์โดยไม่มีใบอนุญาต ปรับ 200,000-1,000,000 บาท ฉาย ให้เช่าภาพยนตร์โดยไม่มีใบอนุญาต ปรับ 200,000-1,000,000 บาท สร้างภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาบ่อนทำลายต่อชาติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวจะใช้ปฏิบัติจริงหลัง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯมีผลบังคับใช้ไปแล้ว 90 วัน.

  3. อืม ดีครับ อีกหน่อยแผ่นผีคงขายดีกว่าเพราะไม่มีหมอก ไม่มีตัด เหอๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: