3-2-1-0! 10 มิ.ย. วันดีเดย์ กระทรวงวัฒนธรรมกับการเซ็นเซอร์หนังโรง


สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2551 กำลังจะผ่านพ้นไปด้วยบรรยากาศร้อนระอุทางการเมือง ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะลงเอยอย่างไร

ในบรรดาข่าวใหญ่้มากมายระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเล็กๆที่ดูไม่สำคัญข่าวหนึ่ง เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ข่าวสด

2 มิ.ย. ดีเดย์ พ.ร.บ. ภาพยนตร์บังคับใช้

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_newsonline.php?newsid=TVRJeE1qQTBOemd3T0E9PQ==

ในระหว่างที่ไม่มีใครสนใจ เวลาที่กระทรวงวัฒนธรรมจะเข้ามาควบคุมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ในประเทศไทย ก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ โดยในช่วงที่ทุกคนไม่รู้ตัวนี้เอง ทางสำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ก็ได้มีการเชิญบริษัทภาพยนตร์ต่างๆในประเทศไทยไปทำความเข้าใจถึงการทำงานของหน่วยงานดังกล่าว

ซึ่งหน่วยงานดังกล่าว จะเริ่มทำการตรวจพิจารณาภาพยนตร์กันอย่างจริงจัง ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้เป็นวันแรก ซึ่งการตรวจพิจารณาภาพยนตร์นั้น จะกระทำทุกวันอังคาร พุธ และ พฤหัสบดี โดยผู้ที่จะทำการพิจารณา ก็คือคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ชุดใหม่ ที่จะมีการแต่งตั้งในราวสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน 2551

ภาพยนตร์เรื่องใด จะเป็นผู้โชคดีเรื่องแรก ที่จะได้เข้ารับการตรวจพิจารณาจากกระทรวงวัฒนธรรม และผลของการตรวจพิจารณานั้นเป็นอบ่างไร อีกไม่นาน เราก็คงจะได้ทราบกัน

ซึ่งแม้ว่า พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ จะกำหนดให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ต้องทำการจัดเรตภาพยนตร์ตามช่วงอายุของผู้ชม แต่ดูเหมือนว่า ทางสำนักงานดังกล่าวจะอ้างว่า เนื่องจากยังไม่มีกฎกระทรวงออกมา ในขณะนี้ จึงต้องใช้ระบบ “เซ็นเซอร์” อย่างเดียวไปพลางๆก่อน ไม่มีการจัดเรตติ้ง ทั้งๆที่ตัวกฎหมายก็ได้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มีหน้าที่ในการกำหนดประเภทของภาพยนตร์เรื่องต่างๆ

และนอกไปจากนี้ อ้างอิงจากข่าวในหนังสือพิมพ์ฺไทยรัฐ ฉบับวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2551 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ยังได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ดังกล่าวว่า แม้กฎหมายหลักจะระบุให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ มาจากผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม ภาพยนตร์ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ และการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ “อย่างไรก็ตาม ภายหลังวันที่ 2 มิ.ย. นี้กระทรวงวัฒนธรรมจะพิจารณาเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามามีส่วนพิจารณาเนื้อหาภาพยนตร์ ให้เหมาะสมกับเพศวัยด้วย เช่น แพทย์ นักจิตวิทยา นักศาสนา เพื่อพิจารณาหรือให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมให้เป็นไปตาม หลักวิชาการก่อนที่จะมีการประกาศใช้ระบบเรตติ้ง ”

แค่ออกสตาร์ตก็เริ่มดูท่าจะไม่ดีเสียแล้ว แต่ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป ว่าการทำงานของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ชุดใหม่จะออกมาเป็นอย่างไร

Advertisements

4 responses

  1. เฮ้อ จะดีใจหรือเสียใจที่พระราชบัญญัติฉบับใหม่ยังไม่ออก แต่น่าเสียใจมากกว่าเพราะมันแสดงให้เห็นถึงการทำงานแบบเดิม(อีกแล้ว)

  2. ความคิดเห็นจากคุณ santa ใน Bioscope ก็ไม่ควรมองข้ามครับ ขอนำมาลงประกอบไว้

    http://www.bioscopemagazine.com/smf/index.php?topic=1146.0

    จากประชาไท

    ตามที่ พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 9 คน (สายกิจการสื่อ 2 คน, สายบริหารจัดการองค์กร 3 คน, สายส่งเสริมประชาธิปไตย พัฒนาชุมชน การเรียนรู้และศึกษา การคุ้มครองพัฒนาเด็ก เยาวชน ครอบครัว หรือ ส่งเสริมสิทธิผู้ด้อยโอกาส 4 คน)

    ล่าสุด (26 พ.ค.) คณะกรรมการสรรหาได้สรรหาผู้สมัครซึ่งมีสิทธิเข้าแสดงวิสัยทัศน์ ได้แล้ว 26 คน จาก 253 คน ดังนี้

    รายชื่อผู้สมัครกรรมการนโยบายที่มีสิทธิให้เข้าแสดงวิสัยทัศน์

    ด้านประชาสังคม

    1.นายกมล กมลตระกูล

    2.นายเกื้อ แก้วเกต

    3.นายขวัญสรวง อติโพธิ

    4.นายจอน อึ๊งภากรณ์

    5.นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ

    6.นายนิมิตร์ เทียนอุดม

    7.นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ

    8.นางสาวพิมล หรือตระกูล

    9.นางมัทนา หอมลออ

    10.นายวันชัย สอนศิริ

    11.นายสวิง ตันอุด

    12.ม.ร.ว.สุพินดา จักรพันธ์

    13.ดร.อรศรี งามวิทยาพงศ์

    ด้านสื่อสารมวลชน

    1.นางจิระนันท์ ประเสริฐกุล

    2.รศ.ดร.บุญเลิศ ศุภดิลก

    3.นายพลาดิศัย สิทธิธัญกิจ

    4.นายสมชัย สุวรรณบรรณ

    5.นางสุวรรณา อุยานันท์

    6.นายอนุสรณ์ ศรีแก้ว

    7.นางเอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์

    ด้านบริหารจัดการองค์กร

    1.ศ.เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม

    2.นางจินตนา พันธุฟัก

    3.พลโท เดชพันธ์ ดวงรัตน์

    4.นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป

    5.นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม

    6.นายสุรพล ศรีวิทยา

    อนึ่ง คณะกรรมการสรรหา จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, ประธานสภาสถาบันนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย, ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน, ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค, ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระบรมราชูปถัมภ์, ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย,นายกสภาทนายความ, ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย, ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

    ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายมีหน้าที่แต่งตั้ง ‘ผู้อำนวยการทีพีบีเอส’ และ ‘คณะกรรมการบริหาร’ จากผู้ที่ดำรงตำแหน่งในฝ่ายบริหารขององค์การไม่เกิน 6 คน และมีกรรมการบริหารอื่นอีก 4 คน ซึ่งมาจากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีผลงานปรากฏในทางสาธารณะทางด้านส ื่อมวลชน การบริหารจัดการ สังคม วัฒนธรรม หรือนิติศาสตร์ โดยผู้อำนวยการพีบีเอส ถือเป็นประธานกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง

    ^
    ^
    ^
    ^
    สองคนที่ทำตัวสีแดงนี้น่าสนใจยิ่ง เพราะเป็นหนึ่งในสองของกรรมการอุทธรณ์ของ “แสงศตวรรษ” ซึ่งเป็นเจ้าของประโยคอมตะที่หลายคนคงได้อ่านใน BIOSCOPE ไปแล้ว หากเราไม่เห็นด้วยที่จะให้แบบนี้เข้าไปทำงานนโยบาย ทีวีสาธารณะ ก็สามารถยื่นคัดค้านไปได้ รู้สึกจะเป็นที่ กองกฎหมาย สำนักนายกรัฐมนตรี หรือไงเนี่ย ดูข่าวแล้วฟังไม่ทัน ใครมีข้อมูลช่วยมาแจ้งให้ทราบก็ดี จะได้มีหลายๆเสียงไปยื่นเรื่อง

  3. อนาถใจจริงๆ… ไม่คิดว่าอะไรๆจะออกมาดีเท่าไหร่ด้วย
    + ได้ยินมาแวบๆ ในแหล่งข่าว hi5 ว่า
    Sex and the City มีสิทธิ์โดนลงหมอก

  4. ^
    ^
    ไม่อยากให้กล่าวหาลอยๆ แบบนี้จากข่าวลือในอินเตอร์เนตครับ รอตอนฉายจะดีกว่าว่าผลเป็นยังไง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: