หมายเหตุ : บทความนี้เขียนขึ้นก่อนจะมีการลดเหลือทุกรอบฉายที่นั่ง 100 บาทในช่วงท้ายของการฉาย ของ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4 ศึกนันทบุเรง นอกจากนี้ในภายหลังมีหนังที่ได้เรต ส ที่ไม่ใช่หนังประวัติศาสตร์และหนังสารคดี ได้แก่ Trust ซึ่งเป็นหนังฉายจำกัดโรง (ผู้เขียน)
นอกเหนือจาก “เรตห้ามฉาย” ซึ่งแสดงถึงการเซ็นเซอร์ที่ยังคงมีปรากฎในพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 แล้ว เรต ส “ ภาพยนตร์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มีการดู” ที่เป็นเหมือนขั้วตรงข้ามที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ไม่ต่างกัน ก็เผยให้เห็นปัญหาของข้อกฎหมายจากภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สองภาคล่าสุดได้เป็นอย่างดี
การจัดประเภทภาพยนตร์โดยปรกติเป็นการแบ่งตามอายุของผู้ชม หาก เรต ส กลับเน้นที่เนื้อหาเป็นหลัก ได้แก่ 1. มีเนื้อหาส่งเสริมการศึกษา จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือศีลธรรมอันดีของชาติ 2.ส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสังคม ครอบครัว หรือคุณภาพชีวิต หรือการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม และ 3.ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ความรับผิดชอบ หรือจิตสำนึกเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือประวัติศาสตร์ของชาติ
ในภาค 3 ยุทธนาวี และ ภาค 4 ศึกนันทบุเรง ตัวหนังปรากฎความรุนแรงและเรื่องเพศ หลายฉา อาทิ ฉากสู้รบที่ตัวละครถูกฟันแทงบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก มีฉากตัดหัวประหารชีวิต ฉากร่วมรักระหว่างบุญทิ้งและเลอขิ่น ตัวละครสมทบของเรื่อง รวมถึงเนื้อหาที่ว่าด้วยการเมือง-การศึกสงครามในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งหากจัดประเภทตามอายุ หนังเรื่องนี้อาจได้เรต น 15+ – น 18+
หากในทางกฎหมายการพิจารณาให้เรต ส กับหนังประวัติศาสตร์เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ เพราะจากคู่มือการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ได้ระบุในตอนท้ายของเรตนี้ว่า ทั้งนี้ในด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ และภาษาให้เป็นไปตามบริบทของภาพยนตร์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งดูจะพ้องกับภาพความรุนแรงจากหนังประวัติศาสตร์เรื่อง ขุนรองปลัดชู วีรชนคนถูกลืม ซึ่งได้เรต ส และฉายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน แต่เหตุใดหนังไทยที่มีเนื้อหาส่งเสริมให้มีการดูที่น่าจะเข้าข่ายเรื่องอื่นๆ อย่าง ขอบคุณที่รักกัน หรือ ซามูไรอโยธยา กลับไม่ได้เรตดังกล่าวบ้าง รวมถึง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สองภาคแรกเองที่เมื่อนำมาวางขายใหม่ในรูปแบบสินค้าลิขสิทธิ์ก็ได้เพียงเรต ท เท่านั้น
ตามความเห็นของผู้เขียน หากมองข้ามเรื่องความรุนแรง เพศ และภาษา หนังเป็นจำนวนมากอีกหลายเรื่องก็สามารถเข้าข่ายได้เรตดังกล่าว แต่ปัจจุบันยังมีหนังที่ได้เรต ส อีก 3 เรื่องคือ Young@Heart, Jurassic 3D และ Under The Sea 3D รวมถึงวีซีดีสำหรับส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น อันแสดงให้เห็นว่าการให้เรตนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้พิจารณาเป็นหลัก
สำหรับความเห็นจากผู้ชมหนังประวัติศาสตร์เรื่องนี้แตกออกเป็นสองเสียง ฝ่ายหนึ่งยังคงชื่นชมในการส่งเสริมให้รักชาติ เทิดทูนพระมหากษัตริย์ และแนะนำให้ผู้ปกครองสอนและแนะนำเยาวชน บ้างก็ให้มองข้ามภาพที่รุนแรงของหนังไปบ้างเมื่อเทียบกับคุณค่าที่ได้รับ แต่อีกฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงคุณภาพและแง่มุมทางศิลปะที่ด้อยลงไปจากภาคก่อน การถูกตั้งข้อสังเกตในแง่มุมต่างๆ ยังเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะพวกเขาสามารถอ้างได้ว่างบประมาณต่างๆ มาจากภาษีของประชาชน(หนังทั้งสองภาคได้รับทุนไทยเข้มแข็ง 50 ล้านบาท และงบจากกระทรวงพาณิชย์ 330 ล้านบาท รวมไปกับทุนสร้างที่ว่ากันว่าสูงถึง 940 ล้านบาท อันสะท้อนให้เห็นข้อบกพร่องเกี่ยวกับการสนับสนุนของภาครัฐอีกประการคือปราศจากการตรวจสอบมาตรฐาน และความคุ้มค่าในการลงทุนต่างๆ เพราะมีผู้ตั้งข้อสงสัยถึงการคืนทุนของหนัง การดำเนินการสร้างโดยขยายขอบเขตมากยิ่งไปกว่าเดิม (มีผู้สังเกตว่าเดิมทีกล่องดีวีดีของภาพยนตร์ชุดนี้เขียนไว้เพียง 3 ภาค คือ องค์ประกันหงสา , ประกาศอิสรภาพ , ศึกยุทธหัตถี แต่ปัจจุบันได้ขยายเพิ่มเป็น 5 ภาคแล้ว) และ ยังเป็นภาพยนตร์เพียงไม่กี่เรื่องที่งดการใช้โปรโมชั่นต่างๆ ในโรงหนังได้ตลอดการฉาย
แน่นอนว่า เรต ส ย่อมไม่ได้สิ่งที่สามารถดลบันดาลให้เกิดสิ่งต่างๆ ข้างต้นได้ทั้งหมด หากมันเป็นเครื่องหมายที่เร่งให้คนสังเกต และสนใจภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ไปอย่างช่วยไม่ได้
ประเด็นขัดแย้งเล็กๆ ยังเกิดขึ้นเมื่อคนเห็นต่างถูกมองว่า “ไม่รักชาติ” ทั้งที่ความเป็นจริงรสนิยมการชมภาพยนตร์เป็นเรื่องส่วนบุคคล เราคงไม่มีทางจะไปส่งเสริมให้คนชื่นชอบภาพยนตร์เนื้อหาแบบเดียวกัน และการดูหนังเรื่องเดียวกันย่อมมีคนได้รับความบันเทิง แง่มุม หรือความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไปเป็นปรกติอยู่แล้ว การสร้างมาตรฐานที่ไม่เท่าเทียมกันของเรต ส จึงไม่ได้เป็นการส่งเสริมตามชื่อของมันถ่ายเดียว แต่ยังสร้างความ “สับสน” จากผู้ชมทั้งสองฝั่งที่เห็นแตกต่างอีกด้วยเช่นกัน


มาประดับความรู้ค่ะ ว่าเรต ส คืออะไร ^^
By: หญิงเล็ก on ตุลาคม 20, 2011
at 10:55 pm