นับจาก พรบ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 ถูกประกาศใช้ไปตั้งแต่ 2 มิถุนายน ปีก่อนล่วงมาใกล้ครบปี ทว่านอกจากการโยกอำนาจดูแลการพิจารณาภาพยนตร์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปเป็นสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.) แล้ว (โดยยึดหลักการเซ็นเซอร์แบบเดียวกับสำนักงานตำรวจฯ ไปก่อน) ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอื่นใดปรากฎ
ปัญหาคือ พรบ.ปรกาศใช้ไปแล้วทั้งที่ “ไม่สมบูรณ์” เพราะอนุบัญญัติและรายละเอียดต่างๆ ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้การดำเนินงานทางธุรกิจทั้งด้านภาพยนตร์และวิดีทัศน์ไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจึงนำร่าง พรบ. เข้ารับการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เมื่อ 17 ก.พ. ที่ผ่านมาซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว ขั้นต่อไปก็เหลือแต่รอเข้ารับพิจารณาจากกฤษฎีกาและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ (โดยกฎหมายลูกก็ยังไม่ชัดเจนอยู่ดี)
อย่างไรก็ตาม สวช.ยังคงมั่นใจว่า พรบ.ฉบับนี้จะได้ใช้อย่างจริงจังก่อน 1 มิถุนายนนี้แน่นอน ไม่เช่นนั้นเหล่าข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการออก พรบ. ฉบับนี้อาจถูกโยกย้ายได้ เนื่องจากความล่าช้าในการทำงาน (1 ปีเต็ม)