20 ธันวาคม 2550 ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. … ผ่านการพิจารณาอย่างรีบเร่ง จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในสมัยของนายกรัฐมนตรี พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 79 เสียง โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีทั้งหมด 250 คน และการครบองค์ประชุมของการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะต้องมีผู้อยู่ลงคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิก ซึ่งนั่นคือ 125 คน
โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้การควบคุมกิจการการฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน ภาพยนตร์ ในประเทศไทย อยู่ภายใต้ความควบคุมของกระทรวงวัฒนธรรม โดยกิจการการตรวจพิจารณาภาพยนตร์จะตกอยู่ภายใต้ความควบคุมของสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก
ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้คำว่าภาพยนตร์ หมายถึง วัสดุใดๆก็ตามที่มีการบันทึกภาพ หรือภาพและเสียง ที่นำมาฉายต่อกันให้เป็นภาพที่เคลื่อนไหว ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึง ภาพยนตร์ที่ฉายในโรง ภาพยนตร์วีซีดี ภาพยนตร์ดีวีดี ฯลฯ
4 มีนาคม 2551 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา
และพระราชบัญญัติดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 2 มิถุนายน 2551 ที่จะถึงนี้
นั่นหมายความว่า ในอีกเวลาไม่ถึงเดือนนับจากนี้ พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ จะบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
ซึ่งการประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว จะเป็นการลบล้างกฎหมายเก่าสองฉบับ คือ พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. 2473 และพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530
แต่ทั้งนี้ ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ ว่าเมื่อบังคับใช้พระราชบัญญัติภาพยนตร์ฉบับใหม่ล่าสุดแล้ว สิทธิในการชมภาพยนตร์ของผู้ชมภาพยนตร์ไทย จะก้าวไปสู่อนาคตที่สดใส หรือถอยหลังกลับไปไกลยิ่งกว่า ปี พ.ศ. 2473
ในช่วงที่ผ่านมานี้ ได้มีการจัดการประชุมกันอยู่บ้าง ถึงการเตรียมการบังคับใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งสำหรับภาพยนตร์ จะต้องมีการกำหนดกฎหมายลูกขึ้นมาเพื่อใช้ในการจัดเรตติ้ง
ในการประชุม แม้จะมีบุคคลจากหลายฝ่ายเข้าไปร่วม แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ความเห็นที่มาจากฝั่งของคนทำหนังนั้น มักจะถูกหมางเมินจากฝั่งราชการ แน่นอนว่า ฝั่งราชการมักมองว่าคนทำหนังเป็นพวกที่เห็นแก่ผลประโยชน์ เห็นแก่เงิน โดยที่ไม่สนใจสังคม
ขณะที่ตัวแทนจากฝั่งประชาชนที่เข้ามาในเวที ก็ดูจะมีความเห็นสอดคล้องไปกับทางภาคราชการอย่างน่าประหลาด
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ประชาชนคนไทย ที่เป็นผู้ชมภาพยนตร์ตัวจริงเสียงจริง จะต้องใช้สิทธิที่ตัวเองพึงมี ในการเข้าไปเป็นตัวแทน เป็นปากเป็นเสียงให้กับตัวเอง นำเสนอความคิดเห็นจริงๆของตนเองต่อภาครัฐ โดยที่ไม่ต้องรอให้มีภาคประชาชน “นอมินี” ที่มีจุดประสงค์แอบแฝงบางประเภท มาเป็นปากเป็นเสียงแทนให้
เครือข่าย จึงใคร่ขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจ ร่วมสมัครเป็นสมาชิกของ เครือข่ายผู้ชมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย โดยการสมัครนั้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือเสียเวลาใดๆ เพียงแค่ท่านส่งชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของท่าน (เผื่อมีการส่งเอกสารใดๆไปทางไปรษณีย์) มาที่อีเมล์ movieaudiencenetwork@gmail.com โดยชื่อที่จะมีผลในการเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมทางสังคมใดๆต่อไปจะต้องเป็นชื่อจริง นามสกุลจริง โดยท่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของทางเครือข่าย ที่ได้เว็บบล็อกแห่งนี้ และหากเครือข่ายมีกิจกรรมใดๆต่อไปในอนาคต ก็จะมีการแจ้งรายละเอียดให้ท่านทราบผ่านทางอีเมล์ และเว็บบล็อกแห่งนี้
ด้วยจิตคารวะ
เครือข่ายผู้ชมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย
เห็นด้วยคะ
By: สิริพร จิตรักษ์ธรรม on พฤษภาคม 17, 2008
at 10:38 am
ผมมาลงชื่อด้วย ลงตรงไหนอ่า…
By: mike on พฤษภาคม 22, 2008
at 11:45 am
อ่านรายละเอียดก่อนนะครับ การลงชื่อรบกวนส่งชื่อ-สกุล ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ไปทาง movieaudiencenetwork@gmail.com ครับ
By: thaiaudience on พฤษภาคม 22, 2008
at 11:48 am
สู้ ๆ ผมเป็นกำลังใจให้เสมอครับ
By: palao on พฤษภาคม 23, 2008
at 4:38 am
ผมว่าเครือข่ายเราเงียบๆไปนะครับ ไม่ค่อยได้ข่าวคราวเท่าไหร่
By: wichmata on พฤษภาคม 29, 2008
at 3:01 am
^
^
^
คนทำงานยังน้อยครับ และยังต้องรอพระราชบัญญัติใหม่ออกในเดือนมิถุนายน ตอนนี้ยังต้องรอดูท่าทีของรัฐบาลอยู่ว่าจะมีระเบียบของคนดูหนังอย่างไรบ้าง การเมืองก็ยังไม่นิ่งครับในปีนี้ ถ้ามีข่าวคราวใดๆ เราจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบครับ
By: yuttipung on พฤษภาคม 29, 2008
at 3:49 am
เข้ามาสนับสนุนในการดำเนินการอย่างยิ่งครับ
By: อนุกูล วิมูลศักดิ์ (นครสวรรค์) on มิถุนายน 2, 2008
at 5:55 am
ผมเขียนจดหมายเปิดผนึกแล้วไปโพสท์ไว้http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/05/24/letters/ไม่ทราบว่าทางองค์กรสนใจจะนำมาโพสท์หรือไม่ ถ้ามีความเห็นประการใดส่งมาที่cyker2@gmail.com ครับ
By: ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ on มิถุนายน 8, 2008
at 2:46 am