การแบนภาพยนตร์เรื่อง Zack and Miri make a porno ด้วยเหตุผลที่กระทรวงวัฒนธรรมบอกว่า อาจจะทำให้เด็กและเยาวชนไทยเลียนแบบพฤติกรรมของตัวละครในเรื่องนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ สุภาพ หริมเทพาธิป บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Bioscope ซึ่งคลุกคลีอยู่ในแวดวงภาพยนตร์มาช้านาน มั่นใจว่ารากของปัญหาดังกล่าวเกิดจากพระราชบัญญัติการจัดเรทติ้งภาพยนตร์ของประเทศไทยที่ถูกดองจนเค็มเกินกว่าจะนำมาบริโภคได้

“เราควรนำพระราชบัญญัติตัวใหม่ที่ว่าด้วยการจัดเรทติ้งก็ควรจะนำมาใช้สักที นี่คือสิ่งแรกที่ผมรู้สึกนะครับ เพราะว่าเราไม่ใช้ ก็ต้องไปใช้ตัวเก่า สุดท้ายก็นำไปซึ่งการแบน”

อ่านต่อ…

Posted by: เครือข่ายคนดูหนัง | เมษายน 21, 2009

แบนแล้วแบนอีก! วธ สั่งแบน Zack and Miri make a porno

วธ.แบนหนังมะกัน “Zack and Miri make a porno” ชี้เนื้อหาสอนเยาวชนทำหนังโป๊ โชว์ทุกสัดส่วน เน้นแต่เรื่องเพศไม่เหมาะกับลักษณะสังคมไทย ปลัด วธ.ระบุเป็นเรื่องอ่อนไหวที่เยาวชนจะเลียนแบบวิธีการหาเงินเพราะคิดว่าได้มาง่ายๆ

วันนี้ (21 เม.ย.) นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการพิจารณา ถึงภาพยนตร์เรื่อง Zack and Miri make a porno จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้เผยแพร่ในประเทศไทย เนื่องจากขัดต่อศีลธรรมอันดี ตามบทบัญญัติมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ 2551

อ่านต่อ…

Posted by: เครือข่ายคนดูหนัง | มีนาคม 31, 2009

กล้าพอไหม ถ้าแอนิเมชั่นไทยจะไม่ง้อเด็ก ?

ในนิตยสารไบโอสโคป ฉบับที่ 88 มีนาคม 2552 หน้าปกภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นภาคต่อของไทยเรื่อง “ก้านกล้วย 2″ คุณนคร โพธิไพโรจน์ ได้เขียนบทความเกี่ยวภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “กล้าพอไหม ถ้าแอนิเมชั่นไทยจะไม่ง้อเด็ก”

ซึ่งบทความดังกล่าวในนำข้อคิดเห็นจากตัวแทนของเครือข่ายครอบครัว และเครือข่ายคนดูหนัง เราจึงขออนุญาตตัดบทความบางส่วนมาให้เห็นความคิดเห็นเกี่ยวกับแอนิเมชั่นไทยดังนี้

อ่านต่อ…

Posted by: เครือข่ายคนดูหนัง | มีนาคม 30, 2009

พรบ.ภาพยนตร์ ย่ำอย่างไรก็อยู่กับที่

นับจาก พรบ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ.2551 ถูกประกาศใช้ไปตั้งแต่ 2 มิถุนายน ปีก่อนล่วงมาใกล้ครบปี ทว่านอกจากการโยกอำนาจดูแลการพิจารณาภาพยนตร์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปเป็นสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.) แล้ว (โดยยึดหลักการเซ็นเซอร์แบบเดียวกับสำนักงานตำรวจฯ ไปก่อน) ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอื่นใดปรากฎ

ปัญหาคือ พรบ.ปรกาศใช้ไปแล้วทั้งที่ “ไม่สมบูรณ์” เพราะอนุบัญญัติและรายละเอียดต่างๆ ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้การดำเนินงานทางธุรกิจทั้งด้านภาพยนตร์และวิดีทัศน์ไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจึงนำร่าง พรบ. เข้ารับการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เมื่อ 17 ก.พ. ที่ผ่านมาซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว ขั้นต่อไปก็เหลือแต่รอเข้ารับพิจารณาจากกฤษฎีกาและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ (โดยกฎหมายลูกก็ยังไม่ชัดเจนอยู่ดี)

อย่างไรก็ตาม สวช.ยังคงมั่นใจว่า พรบ.ฉบับนี้จะได้ใช้อย่างจริงจังก่อน 1 มิถุนายนนี้แน่นอน ไม่เช่นนั้นเหล่าข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการออก พรบ. ฉบับนี้อาจถูกโยกย้ายได้ เนื่องจากความล่าช้าในการทำงาน (1 ปีเต็ม)

Posted by: เครือข่ายคนดูหนัง | มีนาคม 27, 2009

หนังกลางแปลง โดนผลกระทบ พรบ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่

reply394361_e0b888e0b8ade0b8abe0b899e0b8b1e0b887-1ภาพจาก เว็บไซต์มูลนิธิหนังไทย

เนื่องจากคำจำกัดความของ ‘โรงภาพยนตร์’ ใน พรบ.ภาพยนตร์ฯ ฉบับ 2551 หมายรวมถึงหนังกลางแปลงด้วย ดังนั้นคนทำหนังกลางแปลงจึงต้องขึ้นทะเบียนเป็นโรงภาพยนตร์ไม่ต่างจากโรงหนังทั่วไป ทว่าจ่ายค่าธรรมเนียมถูกกว่า (2,000 บาท ขณะที่โรงภาพยนตร์ที่เป็นอาคารหรือส่วนหนึ่งของอาคารจ่าย 5,000 บาท โดยใบอนุญาตของหนังกลางแปลงสามารถนำไปใช้ได้ทั่วประเทศ) และเมื่อระบบการจัดเรตประกาศใช้ หนังกลางแปลงก็จะต้องฉายหนังที่อยู่ในเรต ‘ภาพยนตร์ที่ควรส่งเสริมให้มีการดู’ และ ‘ภาพยนตร์ที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย’ เนื่องจากเป็นการฉายหนังในที่ที่ใครๆ ก็สามารถดูได้

ทว่าเอาเข้าจริงๆ คนทำธุรกิจหนังกลางแปลงส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ามีข้อบัญญัตินี้อยู่ใน พรบ.ภาพยนตร์ และเมื่อใดก็ตามที่ พรบ.ฉบับนี้ประกาศใช้ก็น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการหนังกลางแปลงไม่น้อยเลยทีเดียว

อ่านต่อ…

ข่าวนี้เป็นข่าวเก่าจากเว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรมเอง ผมเห็นว่าน่าสนใจจึงขอนำเนื้อข่าวมานำเสนอดังนี้

———————————

นายธีระ  สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒธนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวิดีทัศน์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2552 ณ หอสมุดแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.  ว่า ตนได้แจ้งต่อที่ประชุมเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงที่ผ่านการพิจารณาของ ครม.เมื่อวันที่ 17 ก.พ.52 ที่ผ่านมา

อ่านต่อ…

นักดูหนังหลายท่านที่ดูหนังในโรงประเภทมัลติเพล็กซ์เป็นประจำอาจจะเคยใช้บริการบัตรรายการต่างๆ เพื่อเป็นสิทธิพิเศษ, แลกของรางวัล, ลดราคาในการชมภาพยนตร์ และทำกิจกรรมต่างๆ มาบ้าง

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเงื่อนไขของบัตรที่ให้บริการเหล่านี้คงไม่สามารถอำนวยความสะดวกได้ดังใจเราทุกอย่าง แต่ปัจจุบันเราก็พบว่ามีผู้ประสบปัญหาเดือดร้อนจากการเสียเงินซื้อบัตรเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ

นี่คืออีกหนึ่งเสียงบ่นจากคนดูหนังที่ใช้นามแฝงว่า “นังจิ้งจอก” (จากเว็บไซต์ popcornmag ) ซึ่งเรายกมานำเสนอเป็นตัวอย่างเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกท่านที่มีฐานะของ “คนดูหนังคนหนึ่ง” และประสบชะตากรรมคล้ายคลึงหรือแตกต่างกัน มาเพื่อตั้งคำถามต่อธุรกิจภาพยนตร์ในปัจจุบันเท่านั้น

———————————-

mcash

ระลอกแรก
ก่อนหน้านี้สมัยยังวัยรุ่นกรุ่นๆ ผมจะต้องซื้อบัตรลดของ EGV 100 บาท ลดได้ 20 ที่นั่งๆละ 20 บาท

อ่านต่อ…

Older Posts »

หมวดหมู่